พรีเมียร์ลีก อังกฤษลิเวอร์พูล

กว่าจะเป็น ซาดิโอ มาเน่ จุดอ่อนปลอมๆ แห่ง 3 ประสาน ของหงส์แดง

หลังจากปลุกปั้นทีมมาราวๆ 3 ปีกว่า ในที่สุด เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ได้ขุมกำลังในฝันที่เขาต้องการ ไม่ว่าจะกลุ่ม 11 ผู้เล่นตัวจริง หรือคุณภาพที่เข้มข้นขึ้นบนม้านั่งสำรอง หนึ่งในนั้นก็คือ ซาดิโอ มาเน่

เป็นปีที่ ลิเวอร์พูล คัมแบ็คกลับมาเข้าใกล้กับการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก มากที่สุดในรอบหลายปี และให้ความรู้สึกที่เป็นไปได้มากกว่าเมื่อครั้งสมัย เบรนแดน ร็อดเจอร์ส และ ราฟา เบนิเตซ พาทีมเฉียดบัลลังค์

นั่นเกิดขึ้นจากแนวทางการเล่นของ “หงส์แดง” ที่มีระบบอันชัดเจน และความโดดเด่นของพวกเขาเกิดขึ้นจากประสิทธิภาพเกมรุกพอๆ กับเกมรับ ซึ่งจะต่างกับยุคก่อนหน้านี้ที่บุกมันอย่างเดียว

คีย์สำคัญของแนวรุกชุดปัจจุบัน มีจุดเริ่มต้นจาก 3 ประสานออริจินัล อันประกอบไปด้วย ฟิลลิปป์ คูตินโญ่ , ซาดิโอ มาเน่ , โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ก่อนจะมี โม ซาล่าห์ มาเติมเต็มเป็นคนสุดท้าย กำเนิดเป็นโค้ดเนม Fantastic 4

“4 มหัศจรรย์” ได้โชว์ลีลาร่วมกันอยู่ๆ แป๊ปเดียว “คูตี้” ก็ตัดสินใจเลือกตามความฝันย้ายไปซบตัก บาร์เซโลน่า — นั่นก็ทำให้ “เร้ด แมชชีน” กลับมาหวังพึ่ง 3 แข้งเดิมที่มีอีกครั้ง

3 ประสาน ของหงส์แดง

หากเทียบกันตามอายุงาน ฟีร์มีโน่ คือพี่ใหญ่ที่เข้ามาตั้งแต่ปี 2015 ตามมาด้วย มาเน่ ในปี 2016 ขณะที่ ซาล่าห์ มาปี 2017

แต่ในโลกของฟุตบอลมันไม่เกี่ยวข้องกับอายุงาน เพราะทุกวันนี้มันกลับกลายเป็น ซาล่าห์ ที่ถูกยกให้เป็นตัวความหวังอันดับ 1 สวนทางกับ “พี่ณเดช” ที่เดี๋ยวโดนด่าเดี๋ยวโดนชมสลับไปมา

หลายๆ ครั้ง มาเน่ จึงถูกมองเหมือนเป็นลูกอิจฉาประจำบ้าน ด้วยสไตล์การเล่นที่ขึ้นๆ ลงๆ คาดเดาได้ยาก วันไหนจะดีก็ดีใจหาย แต่วันไหนไม่ดีก็เละไปเลย

ซาดิโอ มาเน่ จึงมักถูกมองเป็นจุดอ่อนของ ลิเวอร์พูล เสมอด้วยประการฉะนี้

นั่นต่างจากเคสของ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ที่ได้รับเสียงแซ่ซ้องในแง่ของแข้งระดับมันสมอง เล่นบอลฉลาด จ่ายบอลดี เชื่อมเกมดี บลา บลา บลา ขณะที่ ซาล่าห์ นั้นถูกยกขึ้นหิ้งไว้ในฐานที่เข้าใจอยู่แล้ว

แต่ มาเน่ ไม่มีอะไรแบบนั้นเลย บางครั้งเขาก็ดื้อดึง จังหวะควรยิงดันจ่าย จังหวะควรจ่ายดันยิง เล่นบอลชายเดี่ยวมุทะลุ ไม่สนชาวบ้านชาวช่อง

ซาดิโอ มาเน่

ถามว่าจริงๆ แล้ว มาเน่ ห่วยขนาดนั้นมั้ย ? มันก็คงไม่ใช่ และคงไม่จำเป็นสำหรับ ลิเวอร์พูล ต่อการต้องควานหาคนที่ดีกว่าขนาดนั้น

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยุคทองปี 98 ถามว่าจริงๆ แล้ว แอนดี้ โคล มีพรสวรรค์ที่เหนือกว่า เท็ดดี้ เชอร์ริงแฮม หรือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ เลยหรือไม่ ? มันก็เปล่า

แต่สิ่งที่ โคล ผู้ซึ่งเคยมีฉายาว่า “สากกะเบือ” ทำได้ในสิ่งที่ 2 คนในย่อหน้าข้างบนนี้ไม่สามารถทำได้ มันคือเคมีระหว่างเขากับ ดไวค์ ยอร์ค ที่ลงตัวครบเครื่องต้มยำเป็นที่สุด

ไมเคิ่ล โอเว่น ดาวยิงเจ้าของ บัลลงดอร์ 2001 เคยยืนคู่กับยอดศูนย์หน้ามาแล้วมากมายทั้ง ฟาวเลอร์ , เชียเรอร์ หรือ ราอูล แต่คนที่เล่นร่วมกับเจ้าตัวได้กลมกล่อมที่สุดกลับเป็น “กองหน้าตัวรับ” ที่ชื่อ เอมิล เฮสกี้

ก็คงเหมือนกับ เบ็คแฮม กับ ซัลกาโด้ , ดริ้งค์วอร์เตอร์ กับ ก็องเต้ , มิไฮจ์โลวิช กับ เนสต้า รวมไปถึง 3 แนวรับของ ยูเว่ ในยุคหนึ่งอย่าง บาซาญี่ , โบนุชชี่ และ คิเอลลินี่

แม้กระทั่งคู่หูกูรูอย่าง คาร์ราเกอร์ และ แกรี่ เนวิลล์ นั้นก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น พวกเขาทำเรตติ้งกระฉูดได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งเบอร์ใหญ่หน้าไหน ไม่ใช่เพราะพวกเขาเป็นอดีตนักเตะ แต่มันคือการรับส่งที่ลงตัวของคน 2 คน

มันไม่เกี่ยวกับว่าต้องมีทุกคนที่เก่งที่สุด แต่มันอยู่ที่ว่านักเตะทั้งหมดของคุณนั้นมีเคมีที่เข้ากันหรือเปล่า

ฟีร์โน่- มาเน่

มาเน่ ไม่ได้ดื้อเพราะเขาเห็นแก่ตัว เขาไม่ได้เลือกยิงแทนที่จะจ่ายเพราะว่าเขาเกลียดใคร บางครั้งเขาเลือกจ่ายบอลขาดๆ เกินๆ เขาก็แค่เป็นของเขาแบบนั้น เรายังเห็นเขาฉีกยิ้มฟันขาวจั๊วให้ ฟีร์โน่ และ โม อยู่เสมอ

และนั่น….ทำให้ ซาดิโอ มาเน่ คู่ควรกับการเป็น 1 ในส่วนผสมที่ใช่สำหรับ 3 ประสานแนวรุกของ ลิเวอร์พูล ในปีแห่งการลุ้นแชมป์นี้มากที่สุดแล้วครับ 

Tags
Back to top button
Close