พรีเมียร์ลีก อังกฤษเชลซี

แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม ภาคบังคับ ฮีโร่ ที่ไม่ได้เลือกเรียนด้วยตัวเอง

ผู้จัดการทีม ภาคบังคับ

แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม ภาคบังคับ ฮีโร่ ที่ไม่ได้เลือกเรียนด้วยตัวเอง ถ้าใครเคยผ่านการเรียนมัธยมปลายสายสามัญในโรงเรียนมัธยม หรือ เรียนอาชีวะก็คงจะรู้ว่า วิชาที่เรียนมีการแบ่งหมวดหมู่ที่แปลกมาก

มีการเรียนวิชาบังคับตามสายการเรียน มีวิชาบังคับเลือก คือวิชาเลือก แต่เราไม่เลือกไม่ได้! และวิชาเลือกเสรี อยากเรียนอะไรก็ตามใจ แต่ถ้าแย่งคนอื่นลงไม่ทันก็เรียนที่เหลือเลือกนั่นล่ะ จบนะ

แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม

แน่นอนว่า แลมพาร์ด ไม่ใช่กุนซือเผื่อเลือก เหลือเลือก หรือจำใจต้องเลือก แต่เป็นฮีโร่ที่ทุกคนมองหาในเวลายากลำบาก คงไม่มีใครจะช่วยทีมได้ดีกว่าคนกันเอง

บังคับเลือก เลือกเสรี ถึงตรงนี้คงมีหลายคนสงสัยว่า มันเกี่ยวอะไรกับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ตัวเต็งลำดับแรกที่อาจจะเข้ามาแทน เมาริซิโอ ซาร์รี่ ที่ประกาศอำลาอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว และจะไป ยูเวนตุส ตามข่าวที่ลือกันมานาน ไม่มีอะไรพลิกโผ เกี่ยวตรงที่ตอนนี้ทางเลือกของ เชลซี มีไม่มาก เนื่องจากต้องชดใช้โทษแบน ห้ามซื้อนักเตะเสริมทัพ 2 รอบคือในซัมเมอร์ 2019 นี้และฤดูหนาว 2020 เจอกันอีกทีปีหน้า ทั้งที่เสียนักเตะคนสำคัญที่สุดไป สภาพทีมก็ตามที่เห็น

อัลเลกรี น่าจะอิ่มตัวกับ ยูเวนตุส ที่ทำยังไงก็ไม่มีทีมไหนโค่นลงจากบัลลังก์ เขามีประวัติว่าเรียนภาษาอังกฤษอย่างสม่ำเสมอ และเคยเป็นข่าวกับ อาร์เซน่อล แต่ก็ไม่เกิดขึ้นจริง

ในสถานการณ์แบบนี้จะมีใครอยากมา โชเซ่ มูรินโญ่ รอบที่ 3 ไหมล่ะ? บอกตามตรงว่า สิ่งที่เคยเกิดขึ้นในวาระที่ 2 ของเขา ถ้ากลับมาคงเสียศักดิ์ศรี หรือจะเป็น มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี ที่อิ่มตัวกับ ยูเวนตุส และเคยบินมาเที่ยวลอนดอนบ่อยๆ ภาษาก็ใช้ได้ แต่ล่าสุดเขาออกตัวบอกว่าอยากพักผ่อนสักปี ราล์ฟ รังนิก มีข่าวลือ แต่เหมือนเขาสบายดีกับการบริหารงานที่ แอร์เบ ไลป์ซิก ส่วนกุนซือระดับโลกรายอื่นๆ ใช้จนแทบหมดโลกแล้ว

นูโน่ ซานโต ทำผลงานได้น่าสนใจกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน แต่ถ้าต้องเสี่ยงพอๆ กัน การเสี่ยงกับใครสักคนที่คุยกันง่ายๆ อาจจะดีกว่า สถานการณ์จึงทำให้ แลมพาร์ด กำลังจะกลายเป็นกุนซือภาคบังคับ

แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่ง ในอนาคต

บังคับให้ใช้งานดาวรุ่ง

ว่ากันว่า เมาท์ คือกองกลางตำแหน่งหมายเลข 8 เช่นเดียวกับ แลมพาร์ด และตลอดซีซั่นที่ ดาร์บี้ เขาพยายามเคี่ยวเด็กคนนี้จากประสบการณ์ของตนเองระดับที่สามารถเป็นทายาทได้เลย

ตามที่รู้กันว่า เชลซี ไม่สามารถลงทะเบียนนักเตะใหม่ได้ใน 2 ช่วงตลาดซื้อขาย แม้เตรียมการซื้อ คริสเตียน พูลิซิช เอาไว้ตั้งแต่เดือนมกราคม แต่เมื่อเวลามาถึงมันก็เจ็บปวดอยู่ดี และต้องใช้เท่าที่มี แม้ดูเหมือนว่าทีมชุดนี้ก็ไม่ขาดแคลนอะไร กองหน้ายังมี โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ และถ้ายังไม่ลืม แทมมี่ อับราฮัม ที่ไปเปรี้ยงปร้างกับ แอสตัน วิลล่า ก็จะกลับมา ริมเส้นยังเหลือทั้ง วิลเลี่ยน และ เปโดร น่าเสียดายที่ คัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย เจ็บยาว อาจจะเห็นดาวรุ่งหน้าใหม่ๆ ได้อีก

กองกลาง เอแด็น อาซาร์ เปิดตัวกับ เรอัล มาดริด ไปแล้ว แต่มีการเตรียมการซื้อ พูลิซิช และยังมี รอสส์ บาร์คลี่ย์, รูเบน ลอฟตัส ชี้ค แถมด้วยตัวยืมที่ แลมพาร์ด พาไป ดาร์บี้ อย่าง เมสัน เมาท์ ส่วน จอร์จินโญ่, เอ็นโกโล่ ก็องเต้ อยู่ครบ แน่นขนัด ตำแหน่งแนวรับ เซ็นเตอร์ มีทั้ง อันเดรียส คริสเตนเน และ อีธาน อัมปาดู ตัวสารพัดประโยชน์ น่าห่วงตรงฟูลแบ็คสนองข้างเท่านั้น แต่ถ้า โจดี้ มอร์ริส อดีตลูกหม้อกุนซือทีมเยาวชนตามมาด้วย เราก็คงได้เห็นอะไรดีๆ อีกเพียบ

บังคับให้มีฝีมือและแผ่บารมี

มอร์ริส เป็นผู้ช่วยของ แลมพาร์ด และด้วย จานฟรังโก้ หมดสัญญาพร้อมการจากไปของ ซาร์รี่ ทำให้ แลมพาร์ด จะพา มอร์ริส กลับมาที่ แสตมฟอร์ด บริดจ์ ด้วย

เทียบกับ มอร์ริส ที่เคยพาทีมเยาวชนเป็นแชมป์ยู18 ถึง 4 ปีซ้อน แลมพาร์ด เพิ่งเริ่มต้น แต่เขาได้รับโอกาสที่ดีกว่าที่ ดาร์บี้ การพาทีมลุ้นเลื่อนชั้นก็ถือว่าประสบความสำเร็จมากทีเดียว แต่สำหรับการคุมทีมระดับ พรีเมียร์ลีก อาจยังเร็วเกินไป และถ้าเป็นทีมระดับท็อป 6 ก็ยิ่งเร็วเกินไป ความกดดัน ความพลิกผัน ทุกอย่างในระดับสูงมันอาจต้องใช้เวลา สถานการณ์สร้างวีรบุรุษได้ แต่ก็ทำลายคนที่คู่ควรได้ ถ้าเวลาของเขายังมาไม่ถึง ดังนั้นเขาจึงต้องเจอความบีบคั้น แทนที่จะได้พัฒนาเป็นขั้นตอน

ด้วยวัยเพียง 40 ปี เขาเป็นพี่ชายที่แสนดีของนักเตะทั้งทีม และเป็นต้นแบบของดาวรุ่งทั้งสโมสร พูดอะไรเด็กๆ ก็ฟัง แต่ก็อาจไม่ใช่เด็กทุกคน โดยเฉพาะเด็กต่างชาติที่มีประสบการณ์ต่างแดน เขามีบารมีด้วยความสำเร็จมากมายกับสโมสร โดยเฉพาะการเดินเคียงข้าง จอห์น เทอร์รี่ ถือถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก กลับมาจากการโค่น บาเยิร์น มิวนิค ที่เยอรมนี น่าเสียดายที่เขาอยู่กับทีมชาติอังกฤษในยุคที่ไม่รุ่งเรืองเท่าไร บารมีของเขามีมาก แต่ก็ต้องสั่งสมอีกมาก

บังคับให้เป็นที่รักของแฟนๆ

เมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สโมสรโพสภาพการเซ็นสัญญาของ แลมพาร์ด ในปี 2001 ทำให้เป็นที่ฮือฮาว่า หรือแฟนๆ จะได้ต้อนรับอดีตแข้งรายนี้อีกครั้ง

อันที่จริง แลมพาร์ด เป็นที่รักของสาวกอยู่เสมอ ไม่ว่าจะกลับมาในฐานะอะไรก็ตาม แต่การกลับมาในฐานะผู้จัดการทีมอาจเป็นเรื่องพูดยาก เวลา 5 ปีที่ไม่อยู่ อะไรต่ออะไรก็เปลี่ยนไปไม่น้อย ยังมีผู้เล่นที่เขาเคยร่วมงานอยู่ด้วยบ้าง แต่ไม่ทั้งหมด

เขายังมีอาวุโส เป็นตัวอย่างของผู้เล่นที่มีวินัย มีความเป็นผู้นำ เขาคงได้รับเสียงปรบมือกึกก้อง หากมีการเปิดตัว และในทุกเกมเหย้า แต่ถ้ามีบางวันที่อะไรต่ออะไรไม่เป็นใจ มันก็คงเป็นเรื่องพูดยาก

ความพ่ายแพ้เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ถ้าต้องพ่ายแพ้ด้วยน้ำมือของคนที่เรียกได้ว่าเป็นตำนาน ต่อให้พยายามชนะแค่ไหน แฟนๆ ก็คงตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้า คายไม่ออก แพ้ 2-3 เกมก็ให้อภัยได้ แต่ถ้าแพ้ติดต่อกันหลายเกม และนำมาซึ่งความลำบากต่อเนื่องในฤดูกาลถัดไป คงไม่มีใครอยากใช้คำว่า Lampard Out!

เช็ค แขวนถุงมือเรียบร้อยแล้ว เขายังไม่เปิดเผยอนาคตของตัวเองอย่างชัดเจน วันสุดท้ายในอาชีพของเขาคือเกม ยูโรปา รอบชิงที่ได้เจอทีมเก่า เขาเจอคำถามว่าจะกลับไปที่ เชลซี หรือไม่ แต่เขาตอบแบบมีมารยาทว่าเป็นสิ่งที่ยังไม่ได้คิด

ทั้งนี้ทั้งนั้น เรื่องที่น่าจับตาพอๆ กับการมาของ แลมพาร์ด คือตำแหน่งผู้อำนวยการที่คาดกันว่า ปีเตอร์ เช็ค จะมานั่งบริหาร ไม่เพียงเท่านั้น แลมพาร์ด จะมาพร้อมกับ มอร์ริส และอาจมี ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา เข้ามาเป็นทีมสตาฟฟ์อีกราย เป็นปาร์ตี้รวมมิตรเพื่อนเก่าที่จะช่วยกันขับเคลื่อนสโมสร ที่ไม่รู้เหมือนกันว่า จะโดนใจแฟนๆ แค่ไหน

Tags
Back to top button
Close