พรีเมียร์ลีก อังกฤษเชลซี

เชลซี คว้าแชมป์ ยูโรป้า ซาร์รี่ ก็ยังไม่ใช่ที่รักของแฟนบอล สิงห์บูล อยู่ดี

ยูโรป้า ซาร์รี่ ก็ยังไม่ใช่

เชลซี คว้าแชมป์ ยูโรป้า ซาร์รี่ ก็ยังไม่ใช่ที่รักของแฟนบอล สิงห์บูล อยู่ดี อย่างที่รู้กันว่า การจบเป็นอันดับ 3 ใน พรีเมียร์ลีก ทำให้ เชลซี ไม่ต้องดิ้นรน หรือ กดดันกับ ยูโรปา ลีก รอบชิงชนะเลิศเท่ากับเพื่อนบ้านจากกรุงลอนดอนอย่าง อาร์เซน่อล เพราะพวกเขามีพื้นที่ แชมเปี้ยนส์ ลีก ไว้ในมือแล้ว แต่มองอีกมุมหนึ่งพวกเขาก็อาจไม่มีแรงขับหรือแรงบันดาลใจมากเท่ากับทีมของ อูไน เอเมรี่ เช่นกัน

เชลซี คว้าแชมป์ ยูโรป้า

ข่าวลือล่าสุดระบุว่า ซาร์รี่ แอบไปเจรจาเงียบๆ กับ ยูเวนตุส เตรียมไปแทนที่ แม็กซ์ อัลเลกรี ที่ยังไม่รู้ว่าจะไปไหน แต่งานเสี่ยงตายที่ แสตมฟอร์ด บริดจ์ คงไม่อยู่ในความสนใจของเขา

ที่สำคัญก็คือ การเป็นที่ 3 ไม่ได้มาเพราะพวกเขาดีเด่อะไร แต่เป็นเพราะทีมอื่นกอดคอกันพลาดรัวๆ แล้วรูดตกลงมา แต่ก็มีคนไม่น้อยเชื่อว่า นี่คืออานิสงส์แห่ง “ซาร์รี่บอล” การคุมทีมในสไตล์ของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือชาวอิตาเลี่ยนที่อนาคตยังแขวนอยู่บนเส้นด้าย ไม่รู้ว่าจะอยู่หรือไป

ว่ากันตามตรง ต่อให้ได้แชมป์ ยูโรปา ทุกคนคงดีใจ แต่เมฆหมอกของบรรยากาศคุกรุ่นก็ไม่จางไปไหน เพราะในการทำทีมที่อาจไม่ยืดยาวครั้งนี้มากมายด้วยปัญหา และเพราะความคาดหวังในความเปลี่ยนแปลงที่มากเกินปกติของทีมคนรวยแบบ เชลซี มันจึงมีแต่เรื่องไม่ถูกอกถูกใจ

ปัญหาการจัดการ

ทันทีที่เซ็นสัญญาย้ายมาร่วมทัพ ซาร์รี่ ไม่รอช้าที่จะคว้าตัว จอร์จินโญ่ จาก นาโปลี ตามติดมาด้วยกัน เพราะนี่คือคีย์แมนคนสำคัญในฤดูกาลที่ขับเคี่ยวแชมป์อย่างหนักกับ ยูเวนตุส ทำประตูได้มากเป็นประวัติศาสตร์ เซเรีย อา ติดที่จบเป็นอันดับ 2 แค่นั้นล่ะ

บางคนอาจเรียก จอร์จินโญ่ ว่านักเตะคู่บารมี แต่คนไม่น้อยเรียกว่าลูกรัก เล่นไม่มีดีก็ยังใช้งานต่อไป และ ซาร์รี่ ยังพยายามเปลี่ยนแปลงให้น้อยที่สุด แต่สุดท้ายต้านไม่ไหว

การซื้อนักเตะรายใหม่สร้างความตื่นเต้น ตื่นตาให้กับทีม จอร์จินโญ่ มีค่าตัวแพงติดท็อป 5 ของสโมสร และเป็นที่หมายตาของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ การปาดหน้าคว้ามา นั่นแปลว่าคู่แข่งลุ้นแชมป์ไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ บางอย่างมันแทนกันไม่ได้ แค่เห็นแข้งเชื้อสายบราซิเลี่ยนชูเสื้อสีน้ำเงินก็สะใจเบาๆ คิดว่า “ติกี้ตาก้า” ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คงต้องตัดต่อชิ้นส่วนสักพัก ไม่สมบูรณ์ตามแผน นั่นคือความคิดแรก

แต่เมื่อ จอร์จินโญ่ เข้ามา ปัญหาก็เกิด ใหม่ๆ อะไรก็ดี ผ่านไปสักพัก ความไม่พอใจปรากฏ เพราะสไตล์อาแปะดูน่าหงุดหงิด ไม่ได้ทำอะไรมากมาย ความชั่วไม่ค่อยดี ความดีก็ไม่ค่อยปรากฏ และยังแย่งพื้นที่กลางสนามที่น่าจะเป็นของ เชส ฟาเบรกาส ในการเชื่อมเกม ปั้นเกม วางบาลยาว และอ่านเกมอย่างเฉียบขาดจากประสบการณ์ กลายเป็นความว่างเปล่า

หรือว่าที่ตรงนั้น น่าจะเป็นของ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ อย่างที่ อันโตนิโอ คอนเต้ เคยบริหารและใช้งานได้อย่างคุ้มค่า วางบอลระยะใกล้ไม่ต่างกัน ถ่ายบอลไปมา คล้ายๆ กัน แต่ถ้าต้องการความเหนียวแน่น กองกลางชาวฝรั่งเศสก็จะย่องเข้าไปขโมยบอลเบาๆ หรือตัดเกมอย่างดุดัน ตรงข้ามกับใบหน้า โดยที่คู่แข่งยังไม่ทันเจ็บตัว แต่ก็เสียบอลไปแล้ว

ที่ร่ายมายังไม่ครอบคลุม ถ้าให้บรรยายถึงตำแหน่งอื่น ก็ต้องยอมรับว่าปัญหาไม่ใช่แค่เรื่องการจัดการ

ปัญหาการเปลี่ยนแปลง

เชลซี คว้าแชมป์ ยูโรป้า แต่อนาคตของ ผู้จัดการทีมก็ยังคงดูไม่ราบรื่น

นี่คือ 2 นักเตะที่แฟนๆ หวังให้เกิดความเปลี่ยนแปลง อย่าง รูเบน ลอฟตัส ชี้ค เขาอดทนรอคอยโอกาสมานาน และน่าจะเปนคนที่ตอบโจย์แดนกลาง แต่ดันมี มาเตโอ โควาซิช ที่ฟอร์มห่างไกลกันมาก ยังได้รับโอกาส ส่วน คัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย คืออนาคตที่ทุกคนอยากเห็น

การจัดการทีมไม่เหมือนเดิม นั่นคือความเปลี่ยนแปลง ผู้เล่นหลายรายเสียตำแหน่ง เชส ฟาเบรกาส เช่นแนวรับ เด็กสร้างอย่าง อันเดรียส คริสเตนเซ่น กลายเป็นตัวสำรองอดทนของ ดาวิด ลุยซ์ ได้โอกาสใน ยูโรปา และบอลถ้วยเป็นส่วนใหญ่ นอกจากการเปลี่ยนระบบ การเปลี่ยนแผนเพราะต้องลงเล่นหลายถ้วยก็เป็นอีกเรื่องที่แฟนๆ ตั้งข้อสังเกต

ชัดเจนเลยว่า พรีเมียร์ลีก สำคัญทุกนัด แม้เจอทีมเล็ก ซาร์รี่ ก็ไม่ประมาท และเราเห็นระดับความสำคัญในแต่ละรายการจากชุดผู้เล่นที่ลงสนาม แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงมากกว่าตัวผู้เล่นคือการเปลี่ยนแปลงของฟอร์ม ที่อาจเรียกได้ว่าแหกโค้งตั้งแต่เข้าสู่ปี 2019 เป็นต้นมา พวกเขาเอาชนะทีมท็อป 6 ด้วยกันอย่าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ อาร์เซน่อล ไม่ได้

แต่นั่นยังไม่ร้ายกาจเท่าการพ่ายแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในศึก พรีเมียร์ลีก ถึง 6-0 เป็นประวัติศาสตร์ใหม่ที่ไม่น่าจดจำ จากนั้นไม่นานก็ตกรอบ เอฟเอ คัพ พ่าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 ต้องยอมรับว่าอีกฝ่ายกำลังมือขึ้น และ ซาร์รี่ ก็พยายามอย่างมากที่จะแก้ตัวใน คาราบาว คัพ รอบชิงชนะเลิศ แต่ก็มีเหตุคตวามไม่เข้าใจระหว่าง เคป้า อาร์ริซาบาลาก้า กลายเป็นประเด็นร้อนยิ่งกว่า แมนฯ ซิตี้ คว้าแชมป์

ปัญหาการสื่อสาร

ปัญหาในวันนั้น อย่างแรก เคป้า ล้มเจ็บ แต่เขาพยายามบอกว่าไม่เป็นไร และเล่นต่อไปได้ ส่วนเรื่องเซฟจุดโทษ ต้องยอมรับว่าเขาดูไม่ได้เตรียมพร้อมนัก และความพ่ายแพ้ทำให้เขาต้องแบกรับมันไว้ครึ่งหนึ่ง

กรณีตัวอย่างของ เคป้า ช่างเป็นเรื่องอ่อนไหว และเป็นเรื่องที่พูดยาก ทั้งคู่สามารถพูดอังกฤษได้ แม้ไม่ใช่เจ้าของภาษา แต่เพราะไม่ใช่เจ้าของภาษาทั้งคู่ก็เลยไม่รู้ว่าตกลงแล้วพวกเขาเข้าใจกันแค่ไหน และแม้พยายามใช้ภาษากายสื่อกันเท่าไรก็ไม่เข้าใจ

สิ่งที่เกิดขึ้นคือสโมสรปกป้องทุกฝ่าย แต่กุนซือต้องรับหน้าและก้มหน้ารับว่ามีปัญหาเรื่องความเข้าใจ ไม่นานหลังจากนั้น ผู้คนก็ได้กลิ่นแปลกๆ คล้ายบรรยากาศเลื่อยขาเก้าอี้ที่เคยเจอกันมาหลายครั้งในช่วงหลายปีนี้ ไม่รู้ว่าใครโกหก

และถึงแม้มีพื้นฐานด้านภาษาไม่เลวนัก แต่ ซาร์รี่ ก็ใช้ล่ามพร้อมความพยายามที่จะแก้ความเข้าใจว่า เพื่อไม่ให้คำกล่าวของเขาแปลออกไปผิดๆ เท่านั้น แต่การกล่าวว่า “ทีมชุดนี้ เล่นฟุตบอลไปอีกอย่าง” ก็เหมือนกำลังโทษนักเตะว่า เล่นอะไรไม่รู้ ไม่ได้สั่ง สั่งผัดกะเพรา ได้ผัดพริกแกง กินได้เหมือนกันแต่มันไม่ใช่

และบ่อยครั้ง ปัญหาของเขาสร้างความแคลงใจให้แฟนบอล

ปัญหากับแฟนบอล

“โชเซ่ คิอหนึ่งในพวกเรา” ป้ายเชียร์ลารสรรเสริญเช่นนี้คงเกิดกับ ซาร์รี่ ได้ยาก เขาไม่ค่อยเอาใจแฟน ต่อให้ได้แชมป์ ยูโรปา เขาก็ยังไม่เป็นที่รักอยู่ดี

นี่น่าจะเป็นอีกปัญหาสำคัญที่ทำให้เขาไม่ได้รับความเคารพรักเท่าที่ควร ทั้งที่เขาก็ไม่ได้ทำทีมแย่ แต่ก็มีเสียงร้องว่า “ซาร์รี่บอลห่วยแตก” ออกมาจากแสตนด์ และเขาเคยพูดแบบเจ็บๆ ว่า ก็ไม่ได้ทำทีมเอาใจแฟนบอลน่ะ และ มีหลายต่อหลายครั้งที่การเปลี่ยนตัวนักเตะหรือการจัดทัพไม่โดนใจแฟนบอลเอาเลย รวมถึงนโยบายการทำทีมที่เขาเคยเอ่ยเหมือนกุนซืออิตาเลี่ยนคนก่อนว่า การใช้งานดาวรุ่งกับการลุ้นแชมป์มันไปกันไม่ได้

บางครั้งคนที่ปากกับใจตรงกันก๋น่าคบ แต่บางครั้งความเถรตรงมันทำให้เขาดูไม่น่ารัก

ทุกปัญหามีทางออก นั่นคือสิ่งที่เราได้ยินกันอยู่เสมอ สำหรับทางออกจากปัญหานี้ อาจต้องมีหลายฝ่ายเข้ามาร่วม และมันไม่สามารถแก้ไขได้จากใครคนเดียว แต่ถ้าไม่มีใครยอมถอยสักก้าว สุดท้ายแล้วอาจต้องมีสักคนที่อยู่ต่อไม่ได้ ไม่รู้ใคร?

Tags
Back to top button
Close