บาร์เซโลน่าลาลีกา สเปน

บาร์เซโลน่า เมสซี ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก ช่วงเวลาที่ผิดพลาด พ่ายบาเลนเซียอีก

เมสซี ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก ช่วงเวลาที่ผิดพลาด

บาร์เซโลน่า เมสซี ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก ช่วงเวลาที่ผิดพลาด พ่ายบาเลนเซียอีก ในศึก โกปา เดล เรย์ รอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผลปรากฏว่า บาร์เซโลน่า ที่เป็นตัวเต็งในการคว้าแชมป์ กลับถูก บาเลนเซีย ที่เล่นได้ดีมากๆ พลิกเอาชนะไปได้ 2-1

แน่นอนว่าแชมป์ตกเป็นของ “ไอ้ค้างคาว” กลายเป็นแชมป์สมัยที่ 8 จากการเข้าชิงทั้งหมด 17 ครั้ง แถมยังทำสถิติที่ยอดเยี่ยมคือเข้าชิงชนะเลิศ 3 หนหลังสุด สามารถคว้าแชมป์ได้ทั้งหมด

นี่คือความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมของ บาเลนเซีย จากเริ่มซีซั่นที่ต้องมาลุ้นหนีตกชั้น กลับค่อยๆ เขยิบตัวเองสูงขึ้นเรื่อยๆ จนเข้ารอบรองชนะเลิศ ยูโรปาลีก, ติดท็อปโฟร์ ลาลีกา และปิดด้วยแชมป์บอลถ้วย

บาร์เซโลน่า เมสซี ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก

แต่ทางฝั่ง บาร์เซโลน่า นี่สิ ถ้ามาดูแค่เรื่องของความสำเร็จ ก็ต้องถือว่าเป็นไปตามเป้า แต่ถ้าดูจากความเป็นไปของ บาร์เซโลน่า ก็ต้องบอกเลยว่าต่ำกว่ามาตรฐานเอามากๆ

แม้ว่าพวกเขาจะได้แชมป์ลีกแบบไม่ต้องกดดันมากนัก แต่ในรายการอื่นๆ ก็ต้องบอกว่ามันน่าผิดหวังอย่างแรง โดยเฉพาะฟุตบอลถ้วยในประเทศนี้

การเจอกับ บาเลนเซีย อาจจะไม่ใช่งานง่าย แต่มันก็ไม่ได้ยากเกินไปกว่าที่ทีมอย่าง “บาร์ซ่า” จะเอาชนะได้ ยิ่งเป็น บาร์ซ่า ที่มี ลิโอเนล เมสซี่ อยู่ในทีมด้วย

สิ่งที่ผิดพลาดมันเกิดจากอะไร แม้ว่าทางสโมสร โดยเฉพาะประธานอย่าง โจเซป มาเรีย บาโตมิว ที่ไม่โทษไปยังกุนซือ เออร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ แต่โดยส่วนตัวของผมเชื่อว่าความผิดมันอยู่ที่เฮดโค้ชรายนี้เต็มๆ

มันผิดพลาดมาตั้งแต่พวกเขาได้แต่งตั้งกุนซือวัย 53 ปีรายนี้แล้วรึเปล่า? เรื่องนี้มีข้อสังเกต

1.การซื้อตัว

นับตั้งแต่ บัลเบร์เด้ เข้ามาอยู่กับทีม การซื้อตัวผู้เล่นของสโมสร ก็มีมาตรฐานที่ตกลงไป จริงอยู่ว่าพวกเขาอาจจะได้ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เข้ามา แต่ตัวอื่นๆ ก็ไม่ได้ดูน่ากลัวถ้าเทียบกับสมัยก่อนๆ

แถมพวกเขายังเสียตัวสำคัญไปหลายต่อหลายราย ไม่ว่าจะเป็น อันเดรส อิเนียสต้า หรือ เนย์มาร์ นอกจากนั้นยังมีการหน้ามืดไปคว้า อุสมาน เด็มเบเล่ ค่าตัวเกิน 100 ล้านมาอีก

นี่ยังไม่ได้พูดถึงการไปคว้าเอา เปาลินโญ่, มัลค่อม, อาร์ตูโร่ วิดัล และ เควิน-ปรินซ์ บัวเต็ง เข้ามา ซึ่งก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันยกใหญ่ โดยเฉพาะ 2 รายหลังที่แฟนบอลตั้งคำถามกันว่าซื้อมาทำไม

และสุดท้ายผลมันก็ออกอย่างที่เห็น ในเมื่อคุณเสียผู้เล่นคนสำคัญไป แต่ตัวที่เข้ามา กลับไม่สามารถทดแทนได้ มันก็ไม่สามารถทำให้ทีมอยู่ในระดับเดิมได้

เรื่องนี้จะโทษ บัลเบร์เด้ คนเดียวก็ไม่ถูก แต่ก็ต้องโทษบรรดาผู้บริหารที่ตาไม่ถึง และวางกลยุทธ์ผิดพลาดด้วย

2.สไตล์การทำทีม

เราจะสังเกตได้ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ บาร์เซโลน่า ต้องไปเป็นทีมเยือน พวกเขาจะเล่นเน้นผลการแข่งขันเป็นส่วนใหญ่ ไม่ใช่แค่ในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก นะครับ ในเกมลีก แม้เจอกับทีมที่อ่อนกว่า ก็ทำแบบนั้น

สาเหตุมันมาจากการที่ บัลเบร์เด้ เคยเป็นกุนซือแค่กับทีมกลางๆ อย่าง แอธเลติก บิลเบา และ บียาร์เรอัล ทำให้เขามักจะระมัดระวังกับผลงานเกมเยือนเป็นพิเศษ เหมือนกับทีมกลางตารางทั่วไป ที่บุกไปขอหนึ่งแต้มไว้ก่อน

เพียงแต่ บาร์เซโลน่า ทีมๆ นี้ไม่ได้มีธรรมชาติแบบนั้น!!

ใครก็รู้ว่าพวกเขาคือมหาอำนาจของฟุตบอลยุโรป ทีมๆ นี้ ไม่จำเป็นที่จะต้องไปเล่นรัดกุมเพื่อผลสกอร์เลยแม้แต่น้อย ยิ่งถ้าทีมมี ลิโอเนล เมสซี่ อยู่บนสนามด้วยแล้ว ยิ่งไม่ต้องกลัวอะไรเข้าไปใหญ่

บาร์ซ่า ไม่จำเป็นต้องไปเล่นประคองเกม ในการไปเยือน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ยิ่งถ้าเห็นรูปเกมในวันนั้นด้วยแล้ว การนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว ประกอบกับแผงหลังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่พร้อมจะเสียประตูตลอดเวลา ถ้าเปิดเกมรุกใส่อย่างต่อเนื่อง มันอาจจะรู้ผลกันไปตั้งแต่เลกแรกแล้วก็ได้

เกมที่พบกับ ลิเวอร์พูล มันเลยส่งผล กับการที่ไปเยือนเพื่อขอไม่แพ้ไว้ก่อน จริงอยู่มันอาจจะสำเร็จกับเกมลีก หรือนัดที่เจอ แมนฯ ยูไนเต็ด กับ โอลิมปิก ลียง

แต่การเจอ “หงส์แดง” ทีมที่ยกระดับขึ้นมาอีกขั้น และรูปเกมในนัดแรกที่ คัมป์ นู ก็ไม่ได้เหนือกว่าเหมือนผลสกอร์ที่ออกมา ก็เลยโดนสั่งสอนอย่างที่เห็น

การวางแท็กติกที่ผิดพลาดไม่ว่าจะเป็นเรื่องการวางแผนในแต่ละเกม หรือการวางแท็กติก มันเป็นสไตล์ของทีมกลางตาราง

ซึ่งมันไม่สมควรที่จะนำมาใช้กับทีมอย่าง บาร์เซโลน่า

บาร์เซโลน่า เมสซี ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก ยังไม่พอ ยังพลาดโคปา เดเลย์อีก

3.การพัฒนานักเตะ

ตั้งแต่ บัลเบร์เด้ เข้ามาสู่ทีม เราไม่เห็นผู้เล่นคนไหนที่มีการพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นเลย กลับกัน นักเตะบางรายกลับมีมาตรฐานที่แย่ลงด้วยซ้ำ

ผู้เล่นที่เป็นตัวหลักอย่าง อิวาน ราคิติช กลับมีผลงานตกลงจากเดิม จนถูกแฟนบอลหลายต่อหลายคนก่นด่า โดยเฉพาะในเกมที่แพ้ บาเลนเซีย 1-2 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

หรือแม้แต่ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ ฟอร์มการเล่นก็ไม่สม่ำเสมอ แข้งที่ซื้อมาใหม่ก็ไม่น่าประทับใจ โดยเฉพาะ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ขนาดศูนย์หน้าที่ยอดเยี่ยมกับทีมมาตลอดอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ ยังมีผลงานที่ดร็อปลงเลย

เคราร์ด ปิเก้ ที่เป็นปราการหลังจอมแกร่ง ยังมีข้อผิดพลาดง่ายๆ กับเกมง่ายๆ อย่างการแพ้ เลกาเนส เมื่อช่วงต้นฤดูกาล เจ้าตัวกลับผิดพลาดถึง 2 ครั้ง

เรื่องนักเตะจาก ลา มาเซีย นั้นไม่ต้องพูดถึง ไม่มีใครสามารถก้าวขึ้นมาทดแทนผู้เล่นทีมชุดใหญ่ได้เลย เรื่องนี้เขาอาจจะไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบโดยตรง เพราะส่วนหนึ่งก็ต้องโทษทีมโค้ชเยาวชนด้วย

แต่เมื่อออกมาโดยรวมแล้ว ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานั้น มันไม่มีอะไรเพิ่มเติม ไม่มีอะไรพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นเลย

มันเป็นช่วงเวลาที่ผิดไปหมดสำหรับ บาร์เซโลน่า เพราะการเข้ามาของ บัลเบร์เด้ ถูกหรือไม่?

ไม่รู้ว่าในอนาคต กับการมี บัลเบร์เด้ อยู่ในทีม มันจะทำให้ทิศทางของ บาร์เซโลน่า ไปในทิศทางที่ดีขึ้นหรือไม่

แต่ตอนนี้การได้ แฟร้งค์กี้ เดอ ยองก์ เข้ามาเป็นแข้งรายแรก ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีของทีมแล้ว ต้องดูว่าอนาคตจากนี้ จะได้ใครเข้ามาเพิ่มอีก มาไธส์ เดอ ลิกต์ จะเป็นอีกหนึ่งคนที่เข้ามาหรือไม่

และแผนการเล่นของทีม จะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้หรือเปล่า การเล่นเกมเยือน บัลเบร์เด้ ยังคงจะใช้แท็กติกแบบเดิมๆ อีกหรือเปล่า จะเข็ดหรือไม่

ถ้าทุกอย่างยังคงเป็นเหมือนเดิม มันก็คงถึงเวลาที่กุนซือรายนี้จะต้องออกจากทีมไปแล้วล่ะ!

Back to top button
Close