พรีเมียร์ลีก อังกฤษแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

5 สิ่งที่ ปีศาจแดง แมนยู ควร ไม่ควรทำ ในฤดูกาลหน้า มีอะไรบ้าง

แมนยู ควร ไม่ควรทำ

5 สิ่งที่ ปีศาจแดง แมนยู ควร ไม่ควรทำ ในฤดูกาลหน้า มีอะไรบ้าง หลังจากเปิดตัวด้วยชัยชนะ 10 จาก 11 เกมแรก ในการเปิดตัวเป็นกุนซือชั่วคราวของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่หลังจากที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา พาทีมพลิกปาฏิหารย์บุกชนะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พวกเขาก็แพ้ไปถึง 4 จาก 5 เกม

หลายคนตั้งข้อสังเกตว่ามันเกิดอะไรขึ้น จริงๆ แล้ว โซลชา เก่งจริงหรือไม่? นักเตะเริ่มออกลายเดิมกันเพราะไม่เก่งจริงหรือเปล่า? หรือล้าจนเกินไป กับการเปลี่ยนสไตล์การเล่นของเกมที่วิ่งเยอะกว่าเดิม?

คำถามเหล่านี้ ไม่มีใครตอบได้เลย นอกเสียจากบรรดาผู้เล่นที่ได้รับโอกาสทุกๆ คน รวมไปถึงตัวกุนซือชาวนอร์เวย์เอง แต่สิ่งที่รู้ได้อยู่อย่างหนึ่งคือ แมนฯ ยูไนเต็ด ชุดนี้ ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับในยุคของ โชเซ่ มูรินโญ่ ในแง่ของผลการแข่งขัน

ฉะนั้นยังต้องมีการปรับปรุงในอะไรหลายๆ อย่าง ซึ่งวันนี้เวิเคราะห์ออกมาแล้วว่าสิ่งที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ควร และไม่ควรทำ ในฤดูกาลหน้า มีอะไรบ้าง

1.ไม่ควรใช้ แอชลี่ย์ ยัง เป็นตัวจริง

อย่างที่เราเห็น สถิติอันย่ำแย่ที่นักเตะต่ำแหน่งแบ็ก ไม่ควรจะพึงมี นั่นคือการเปิดบอลจากด้านข้างด้วยเปอร์เซนต์ความแม่นยำที่ต่ำ ซึ่งของ อ.ยัง นี่ไม่ต่ำ แต่เรียกว่าไม่มีเลย เล่นมาได้อย่างไรตั้งหลายต่อหลายฤดูกาล เปิดบอล 11 ครั้งไม่เข้าเป้าเลย นี่มันไม่ใช่วิสัยของนักฟุตบอลแล้ว

หลายๆ คนบอกตำแหน่งแบ็ก ถือเป็นตำแหน่งที่เล่นง่ายที่สุด ในแง่เกมรับ ก็ไม่ต้องดวลกับกองหน้า เกมรุก ก็สามารถสอดเติมเกมรุกเข้าไปเล่นได้ แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว มันก็ไม่ได้ง่ายถึงขนาดนั้น โดยเฉพาะยุคของฟุตบอลสมัยใหม่ที่นักเตะปีกมีผู้เล่นเก่งๆ หลายคน ซึ่ง แอชลี่ย์ ยัง ไม่สามารถทำได้ดีเลยในตำแหน่งรุกและรับ ฉะนั้นยังจะคู่ควรกับการสวมปลอกแขนกัปตันทีม และลงสนามเป็นตัวจริงอีกหรือ?

2.ซื้อแบ็กใหม่โดยด่วน

ไม่ใช่แค่ตำแหน่งแบ็กขวาเท่านั้นนะครับ แบ็กซ้ายเองก็เป็นจุดที่มีปัญหาเช่นกัน ลุค ชอว์ อาจจะทำผลงานได้น่าประทับใจแฟนผี แต่ถ้ามองในเรื่องสถิติ รวมถึงรายละเอียดต่างๆ แล้ว แข้งช่วงล่างใหญ่รายนี้ยังคงไม่ได้ดีอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นการเติมเกมรุก หรือเล่นเกมรับ ฉะนั้นก็ควรจะต้องหาตัวมาเพิ่มศักยภาพตรงจุดนี้ด้วย

ฉะนั้นตำแหน่งที่ทีมจะต้องเสริมทัพโดยด่วน และควรจะเป็นเป้าหมายแรกที่เข้ามาสู่ทีมก่อนตำแหน่งอื่นๆ ก็คือแบ็กซ้าย-ขวา โดยมี อารอน วาน-บิสซาก้า จาก คริสตัล พาเลซ ที่กำลังตกเป็นข่าว โดยถ้าได้ราคาที่คาดกันคือ 40 ล้านปอนด์ ก็ควรที่จะซื้อเข้ามา พร้อมกับหาแบ็กซ้ายที่น่าสนใจเพิ่มด้วย

3.หาทางกำจัด อเล็กซิส ซานเชซ ออกจากทีมให้ได้

ถ้าอยากจะต่อสัญญาของ ดาบิด เด เคอา ให้ได้ในฤดูกาลหน้า โซลชา และทีมงานควรจะทำให้เร็วที่สุดคือการเอา อเล็กซิส ออกจากทีม อาจจะฟังดูใจร้ายไปหน่อย แต่การที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องแบกภาระค่าเหนื่อยเกือบ 4 แสนปอนด์ไว้ที่นักเตะเพียงคนเดียว มันทำให้พวกเขาไม่สามารถเพิ่มค่าเหนื่อยให้นักเตะคนอื่นๆ ได้มากนัก

ด้วยเรื่องของเพดานค่าเหนื่อย มันยังส่งผลกระทบในเรื่องการเสริมทัพนักเตะที่จะเข้ามาใหม่อีกด้วย แม้ว่าดาวเตะชาวชิลี ยังควรได้รับโอกาให้พิสูจน์ตัวเองต่ออีกฤดูกาล แต่จากสถานการณ์ที่ เด เคอา รวมถึงแข้งรายอื่นๆ ที่รอจ่อเพิ่มค่าเหนื่อย บวกกับนักเตะใหม่ที่จะซื้อเข้ามา แล้วต้องการค่าเหนื่อยไม่ต่ำกว่าแสนปอนด์ต่อสัปดาห์ มันทำให้ถึงเวลาแล้วที่เขาควรจะต้องแยกทางกับทีมไป

5 สิ่งที่ ปีศาจแดง แมนยู ควรที่จะต้องจัดการก่อนเปิดฤดูกาลใหม่

4.หาตัวช่วย ปอล ป็อกบา

ป็อกบา เป็นนักเตะระดับโลกก็จริง แต่เขาไม่ได้เป็นนักเตะประเภทแบกทีมได้ เราจะเห็นว่าเกมที่เขาเล่นดี มันมาจากทีมทั้งทีมที่เล่นดีด้วยเช่นกัน แต่ในเกมไหนที่เจ้าตัวเล่นไม่ออก เพื่อนร่วมทีมก็ไม่ได้อยู่ในผลงานที่ดีมากมาย

ยามรับใช้ชาติ ป็อกบามีองค์ประกอบในทีมชาติฝรั่งเศสที่เก่งกาจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแดนหลังอย่าง ราฟาเอล วาราน เพื่อนมิดฟิลด์ที่เคียงข้างอย่าง แบลส มาตุยดี้ และ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ รวมถึงแดนหน้าระดับพระกาฬอย่าง อองต็วน กรีซมันน์

สมัยที่เขาเล่นให้กับ ยูเวนตุส ตัวผู้เล่นที่เป็นแกนหลักของทีมจริงๆ ไม่ใช่เขา แต่คือ อันเดรีย ปิร์โล่ ที่รับตำแหน่งแม่ทัพ คอยป้อนบอลให้เพื่อนร่วมทีมมากกว่า ป็อกบา เป็นตัวเสริมที่เข้าช่วยรุ่นพี่ในเกมรุกและรับ ฉะนั้นการจะงัดศักยภาพของ ป็อกบาให้มันสม่ำเสมอ ต้องหาผู้เล่นมิดฟิลด์ในระดับที่เก่งเทียบเท่า อาจจะเน้นเรื่องเกมรับ หรือรุกก็ได้ เพื่อสอดประสานช่วยกันในวันที่คนใดคนหนึ่งเล่นไม่ออก

5.ใช้ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ เป็นตัวเลือกก่อน เนมานย่า มาติช

เราได้เห็นกันแล้วในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ว่า แม็คโทมิเนย์ สามารถใช้ประโยชน์ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากกว่า มาติช สิ่งแรกที่เราเห็นกันได้อย่างดีนั่นคือเรื่องของความฟิตที่มีมากกว่า ซีซั่นหน้า มาติช ก็จะอายุ 31 ปี การเล่นการตัดสินใจต่างๆ ก็จะช้าลงไปอีก ทั้งๆ ที่ปกติก็ดูจะช้าอยู่แล้ว

จริงอยู่ที่ แม็คโทมิเนย์ อาจจะยังดูไม่น่าไว้ใจพอกับการได้รับโอกาสเป็นตัวหลักในฤดูกาลหน้า แต่ถ้าเขาได้ขัดเกลาฝีมือ ด้วยการมีสตาฟฟ์อย่าว ไมเคิ่ล คาร์ริค และ ไมค์ ฟีแลน เชื่อว่าแข้งชาวสกอตต์ รายนี้จะจัดจ้านกว่าเดิมแน่นอน

เว้นเสียแต่ว่าทีมจะสามารถหานักเตะที่มีชื่อชั้นในระดับซุปตาร์เข้ามาเสริมแกร่ง และปล่อย มาติช ออกจากทีมไป

Tags
Back to top button
Close