ลิเวอร์พูล

ย้อนรอย อาณาจักรแชมป์แห่งยุค 80 ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษ

ย้อนรอยคว้าแชมป์ ลิเวอร์พูล นับถอยหลังไปเมื่อ 30 ปี ที่แล้ว การคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษ หรือ ดิวิชั่น 1 ของ หงส์แดง ในสมัยนั้น ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย พวกเขาคือทีมที่ครองความยิ่งใหญ่ในยุค 1980 ด้วยเป็นแชมป์ลีก 6 จาก 10 ฤดูกาล เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศในปี 1989 เป็นการต่อสู้กันที่เรียกว่า “ออล เมอร์ซี่ย์ไซด์” ระหว่าง ลิเวอร์พูล และ เอฟเวอร์ตัน ก่อนที่ฝ่ายสีแดงจะเอาชนะไป 3-2 ครั้งนั้น แบร์รี่ เวนิสัน ไม่ขัดเขินที่จะพูดว่า “ถึงจะเป็นแชมป์ เอฟเอ คัพ แต่ก็ไม่ได้เป็นแชมป์ลีก น่าผิดหวังอย่างใหญ่หลวง” พวกเขาไม่รู้เลยว่าอนาคตจะเงียบเหงาจากการแห่แชมป์นาน 3 ทศวรรษ

ย้อนรอยคว้าแชมป์ ลิเวอร์พูล เมื่อ 30 ปีที่แล้ว

ย้อนรอย ลิเวอร์พูล

ฤดูกาล 1989/90 ลิเวอร์พูล ลงเตะ 50 นัดรวมทุกรายการ ชนะ 30 เสมอ 13 แพ้ 7 ได้แชมป์ ดิวิชั่น 1 สมัยที่ 18 และนั่นคือครั้งล่าสุดก่อนอาณาจักรสีแดงล่มสลาย ต้องรอเวลาถึง 30 ปี แต่ก็ไม่รู้ว่าจะต้องรออีกนานแค่ไหน เพราะภาวะวิกฤตโลก

เกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล 1988/89 กับ อาร์เซน่อล ค่าเฉลี่ยนักเตะของ ลิเวอร์พูล อยู่ที่ 28 ปี เคนนี่ ดัลกลิช ในวัย 39 ยังลงทะเบียนเป็นผู้เล่น-ผู้จัดการทีม ทีมชุดนี้อายุไม่น้อย แต่สิ่งที่โดดเด่นกว่าทีมอื่นๆ ก็คือประสบการณ์และหัวจิตหัวใจ แถมด้วยความเชื่อของนักเตะที่ยังมั่นใจว่าพวกเขาคือทีมที่ดีที่สุด เก่งที่สุด ฤดูร้อน 1989 พวกเขาจึงเพียงแค่ซื้อตัว เกล็น ฮายเซ่น และ สตีฟ ฮาร์คเนสส์ ในราคารวมกัน 675,000 ปอนด์ (27 ล้านบาท) ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยมาตรฐานทั่วไปในยุคนั้น ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทุบสถิติซื้อ แกร่ พัลลิสเตอร์ 2.3 ล้านปอนด์ (92 ล้านบาท) มันจึงยากจะพูดได้ว่าพวกเขาแสดงออกถึงความทะเยอทะยานผ่านทางตลาดซื้อขาย

อย่างไรก็ดี “เครื่องจักรสีแดง” เริ่มต้นได้อย่างสวยหรู ไม่แพ้ใครใน 8 เกมแรก หนึ่งในนั้นคือนัดที่ยิงถล่ม คริสตัล พาเลซ ต้อนรับน้องใหม่ไป 9-0 สตีเฟ่น นิโคล ผู้เบิกสกอร์ลูกแรกตั้งแต่นาทีที่ 7 บอกว่าเป็นเกมที่ง่ายเหนือความคาดหมาย และรู้สึกว่าวันนั้นทำอะไรก็ดีไปหมด น่าจะยิงได้สัก 15-0 แต่ทุกเกมก็ไม่ง่ายเช่นนั้น พวกเขาเผชิญปัญหาบ้าง ชนะยากในอีก 3 นัดถัดมา ก่อนพบความพ่ายแพ้ให้กับ เซาธ์แฮมป์ตัน ที่มีคีย์แมนอย่าง แม็ต เลอ ทิสซิเอร์ ในวัย 21 ปีและ อลัน เชียเรอร์ ที่ยังไม่พ้นวัยทีน เป็นฝันร้ายใน เดอะ เดลล์ ที่ 4-1 แม้เป็นความพ่ายแพ้เพียงครั้งที่ 2 ในรอบปีปฏิทิน แต่มันส่งสัญญาณบางอย่าง

กำเนิด ดาวซัลโวสูงสุด ในฤดูกาลนั้น

จอห์น บาร์นส์ เป็นดาวซัลโวสูงสุด

จอห์น บาร์นส์ เป็นดาวซัลโวสูงสุดในฤดูกาลนั้นที่ 28 ประตูรวมทุกรายการ ส่วนคนที่ลงสนามมากที่สุดคือ บรูซ กร็อบเบลลาร์ ลงเล่นทุกนัด 50 เกม  

ไม่กี่วันหลังจากนั้น พวกเขาพบ อาร์เซน่อล คู่แค้นที่แย่งแชมป์ลีกไปเมื่อซีซั่นก่อน แต่เป็นการพบกันในบอลถ้วย ลีก คัพ ที่ ไฮบิวรี่ ที่ซึ่งประตูเดียวก็มีความหมาย เพราะมันเกิดกับฝั่งเจ้าบ้าน และยังแพ้ต่อเนื่องในลีกอีก 2 เกม สัญญาณบางอย่างนั้นยิ่งชัดเจนขึ้น เรย์ ฮัฟตัน ยอมรับว่าทุกคนต้องมานั่งจับเข่าคุยปัญหากันเพื่อไปต่อ และเพื่อชัยชนะข้างหน้า มาถึงตรงนี้ พวกเขาเปลี่ยนแผนกลายเป็นทีมโต้กลับเร็ว และ แยน โมบิ เป็นผู้รักษาประตูแบบ “คีปเปอร์สวีปเปอร์”

ลิเวอร์พูล เริ่มกลับมาคว้าชัยอีกครั้ง และกลับมาเยือน ฮิลล์สโบโร่ สถานที่แห่งความทรงจำที่ไม่มีใครอยากจำ ถึงตรงนี้ ใครๆ ก็ยอมรับว่าโศกนาฏกรรมเป็นส่วนหนึ่งในการล่มสลายของอาณาจักรแห่งชัยชนะ ที่นี่คือสถานที่ที่สร้างความหดหู่ให้กับหัวใจ แอนโทนี่ แบลนด์ หนึ่งในแฟนๆ ยังนอนโคม่าอยู่ที่โรงพยาบาลตลอด 4 ปีก่อนเสียชีวิตเป็นคนที่ 96 ในปี 1993 และพวกเขาพ่ายแพ้ต่อ เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ ก่อนจะกลับมาไร้พ่ายอีก 20 เกมติดต่อกันรวมทุกรายการ แม้เกมที่เสมอจะมากถึง 8 เกมก็ตาม

ดัลกลิช ในปี 1990 ด้วยวัย 39

ดัลกลิช ในปี 1990 ด้วยวัย 39 และตำแหน่งผู้เล่นผู้จัดการทีม แต่เขาก็ไม่ส่งตัวเองลงสนาม เล่นไปเพียงนัดเดียว แต่ถึงอย่างนั้นคนอื่นก็ทำให้ค่าเฉลี่ยอายุค่อนข้างสูง

อายุของผู้เล่นยังสร้างปัญหาให้พวกเขา สัปดาห์แรกของเดือนเมษายน ทีมค่าเฉลี่ยอายุ 29 ปีพบกับ คริสตัล พาเลซ ใน เอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ หลังจากพ่ายแพ้อย่างเละเทะ 9-0 และโดนย้ำแค้นอีกครั้งในฤดูกาลปกติ พวกเขามาเพื่อถอนแค้น และขัดขวางไม่ให้ ลิเวอร์พูล เป็นดับเบิ้ลแชมป์

สตีฟ ค็อปเปลล์ ผู้จัดการทีมปลุกใจนักเตะว่าไม่มีอะไรต้องกลัว ค่าเฉลี่ยอายุของทีมเขาเพียงแค่ 25 ปี ทั้งยังหนุ่ม ฟิต และกระหายชัยชนะ เมื่อถึงเวลาก็ต้องไขว่คว้ามันเอาไว้ให้ได้ และพวกเขาทำได้ด้วยการเฉือนชัยแบบสุดตื่นเต้น 4-3 ทำให้ ดัลกลิช ถึงกับทอดถอนใจอย่างเสียดาย ที่เคยเขียนจดหมายถึง ค็อปเปลล์ เมื่อหลายเดือนก่อน เพื่ออวยพรให้มีฤดูกาลที่ดี และให้กำลังใจว่าความพ่ายแพ้ 9-0 นั้นไม่ย่ำแย่เท่าไร

เกมลีกดำเนินต่อไป พวกเขายังมุ่งมั่นแม้เหลืออีกเพียงไม่กี่นัด เพราะ แอสตัน วิลล่า ของ เกรย์แฮม เทย์เลอร์ ไล่ตามอย่างไม่ลดละ จนถึงเกมที่ แอนฟิลด์ ในปลายเดือนเมษายน การต้อนรับ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ในบ้านสามารถกลายเป็นเกมฉลองแชมป์ได้ หาก วิลล่า พลาดท่าเสมอหรือแพ้ นอริช ไม่ใช่แค่นักเตะ แต่แฟนๆ ต่างก็ตื่นเต้นกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ชัยชนะ 2-1 นั้นช่างเหนื่อยยาก และเมื่อรู้ว่าอีกสนามจบลงที่สกอร์ 3-3 ทุกคนก็ได้ฉลองแชมป์สมอยาก และเป็นแชมป์สมัยที่ 18 มากกว่าใครในเกาะอังกฤษ

ลิเวอร์พูล ฉลองแชมป์หลังได้รับชัยชนะแม้โดนนำก่อน

ลิเวอร์พูล ฉลองชัยชนะเหนือ คิวพีอาร์ 28 เมษายน 1990

ลิเวอร์พูล ฉลองชัยชนะเหนือ คิวพีอาร์ 28 เมษายน 1990 หลังจากโดนยิงประตูขึ้นนำไปก่อน แต่กลับมาเอาชนะได้ จากประตูของ จอห์น บาร์นส์ และ เอียน รัช

เดอะ การ์เดี้ยน ตีพิมพ์คำพูดเมื่อ 6 ปีก่อนของ แกรม ซูเนสส์ ซ้ำอีกครั้ง คำพูดที่ว่า “บางที ถ้าดูมาตรฐานของทีม เราอาจไม่เหมาะสมกับตำแหน่งแชมป์ลีก แต่เพราะมีทุกคนเราถึงทำได้” และมันก็เป็นเช่นนั้น 1990 จึงเป็นแชมป์ครั้งล่าสุด ที่น่าจดจำก่อน ลิเวอร์พูล จะร่วงหล่น พลาดแชมป์ในซีซั่นถัดไป และล่มสลาย

ย้อนรอยคว้าแชมป์ ลิเวอร์พูล ผู้จัดการทีม

หลังได้ประสบการณ์มากมายในต่างแดน ซูเนสส์ กลับมาอีกครั้งในปี 1991 แต่ก็ไม่สามารถพาทีมประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจ และ รอย อีแวนส์ ก็เข้ามาสานต่อ 

ปี 1991 ซูเนสส์ กลับมาในฐานะผู้จัดการทีม ด้วยความตั้งใจจริง ที่จะก่อสร้างอาณาจักร ขึ้นมาอีกครั้ง แต่ก็ไม่เป็นดังหวัง พวกเขายังพยายามใช้ทรัพยากรเดิมๆ ด้วยแนวคิดเดิมๆ เมื่อ ซูเนสส์ จากไป รอย อีแวนส์ ก็เข้ามา  พวกเขามีเพียง ลีก คัพ 1 สมัยปลอบใจ และการเกิดใหม่ของ “สไปซ์ บอยส์” แต่ก็ไม่ถึงฝั่งฝันกับ แชมป์ลีกสูงสุดสักครั้ง

โอเว่น คว้า บัลลง ดอร์ คนแรกให้กับ ลิเวอร์พูล

โอเว่น อวดโฉม บัลลง ดอร์

โอเว่น อวดโฉม บัลลง ดอร์ ต่อหน้า “เดอะ ค็อป” แต่ในที่สุด เมื่อไม่สามารถบรรลุเป้าหมายแชมป์ พรีเมียร์ลีก เขาก็จากไป เรอัล มาดริด ในปี 2004

ยุค 2000 เริ่มต้น แชมป์ ยูฟ่า คัพ, เอฟเอ คัพ, ลีก คัพ เทรเบิ้ลหน้าตาไม่คุ้นเคย และ บัลลง ดอร์ ของ ไมเคิ่ล โอเว่น จุดประกายความหวังขึ้นอีกครั้ง แต่จนแล้วจนรอดพวกเขาก็ยังได้แค่รอคอยต่อไป ถึงจะมี อิสตันบูล 2005 จารึกประวัติศาสตร์ แต่อีกแง่หนึ่ง การให้ค่ากับค่ำคืนปาฏิหาริย์อย่างแรงกล้า แปลว่าพวกเขาไม่ได้มีฐานะยิ่งใหญ่เหมือนในอดีต ก็แค่ทีมรองบ่อนที่เอาชนะ เอซี มิลาน อันรุ่งโรจน์ในยุคนั้น

พฤษภาคม 2020 หากไม่มีวิกฤตโลก เราอาจได้เห็น เจอร์เก้น คล็อปป์ พาทีมแห่ถ้วยแชมป์ พรีเมียร์ลีก แม้อาจไม่มีถ้วยอื่นแถมมาด้วย เพราะตกรอบไปหมดแล้ว แต่นี่คือสิ่งสุดท้ายที่พวกเขารอคอย พร้อมกับความหวังจะสร้างอาณาจักรขึ้นใหม่ กับทีมที่มีค่าเฉลี่ยอายุผู้เล่นในระดับที่บอกได้ว่าทะเยอทะยาน มีการหมุนเวียน และสามารถอยู่ท้าทายแชมป์ต่อไปได้ อีกเป็นสิบปี จะเป็นตำนาน ย้อนรอยคว้าแชมป์ ลิเวอร์พูล พวกเขาจะคว้าแชมป์ในปีต่อไปได้หรือต้องรออีก 30 ปีถึงจะคว้าแชมป์อีกครั้ง เราก็ยังไม่รู้ ต้องรอหมด ไวรัสโควิด-19 ก่อนถึงจะรู้ผล


*แนะนำเว็บ สมัคร sbobet ขั้นต่ำ 100 ฝากเงินน้อยที่สุด ก็เล่นแทงบอลได้ แถมยังมี โปรโมชั่นมากมายกว่า 10 รายการ

พาส่อง จิอันลุยจิ บุฟฟ่อน ประตูที่ดีที่สุด แม้ด้วยวัย 42 ปีแล้วแต่เขาก็ยังไม่หยุดแขวนสตั้ด

 

Tags
Back to top button
Close