แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

5 สุดยอดเกมยุโรปของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในรอบ 30 ปี

5 เกมแรก ถือว่ามีแมตช์ที่สนุกสนาน และน่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเกมที่ คัมป์ นู กับนัดชิงชนะเลิศปี 1999 รวมไปถึงแชมป์ยุโรปครั้งแรกของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เมื่อปี 1991 ซึ่งแต่ละเกมก็ถือว่ามีความสนุก และมีเอกลักษณ์ของแต่ละแมตช์ แต่แน่นอนครับ ว่า 5 แมตช์ก่อนหน้านั้นสุดยอดแล้ว ต้องบอกว่าอีก 5 นัดที่จะพูดถึงต่อไปนี้ “มันส์” และสนุกสุดยอดกว่าเยอะ ถือว่าเป็นการเอาใจแฟนๆ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเฉพาะ กับสถานการณ์ช่วงโควิด-19 ระบาดจนไม่ได้ชมฟุตบอลในตอนนี้

5.แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-0 เอฟซี ปอร์โต้, 1997

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-0 เอฟซี ปอร์โต้, 1997

ในเกมรอบ 8 ทีมสุดท้าย เลกแรกที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องเจอกับของแข็งในปีนั้น เพราะทาง เอฟซี ปอร์โต้ ฟอร์มถือว่าจัดจ้านมากๆ เลยทีเดียว ยอดทีมจาก โปรตุเกส อยู่ในกลุ่มดี ทำผลงานชนะ 5 เสมอเพียงเกมเดียว มีถึง 16 แต้ม ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด นั้นกระเสือกกระสน เข้ารอบมาได้หวุดหวิด จากผลงานชนะ 3 แพ้ 3 เป็นรองแชมป์กลุ่มซี

แต่เมื่อมาเจอกัน ปรากฏว่าทัพ “ปีศาจแดง” สามารถเอาชนะไปได้อย่างขาดลอย แบบที่เป็นฟอร์มการเล่นอันสุดยอดของพวกเขาเลยทีเดียว เดวิด เบ็คแฮม และ ไรอัน กิ๊กส์ เล่นมิดฟิลด์ฝั่งขวา-ซ้าย โดยมีทั้ง เอริค คันโตน่า, แอนดี้ โคล และ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ลงสนามพร้อมกัน 4 ประตูของทีมเกิดขึ้นจาก เดวิด เมย์ นาทีที่ 22, เอริค คันโตน่า น.34 ครึ่งหลังบวกเพิ่มโดย กิ๊กส์ นาที 60 และ แอนดี้ โคล นาทีที่ 80

ถือเป็นเกมที่พวกเขาเล่นได้ดี และมีประตูในทุกๆ ช่วงเวลา ส่งผลให้เกมเลกสอง ไม่ต้องทำอะไรมาก พวกเขาบุกไปเยือนแล้วเสมอ 0-0 ผ่านเข้ารอบต่อไปได้สำเร็จ ก่อนจะไปร่วงตกรอบให้กับแชมป์ในปีนั้นอย่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์


4.แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-0 เอซี มิลาน, 2010

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-0 เอซี มิลาน, 2010

นอกเหนือจากฟอร์มอันยอดเยี่ยมของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในเกมนั้นแล้ว สิ่งที่เป็นเรื่องราวสุดประทับใจของแฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกมนี้ คือการกลับมาของ เดวิด เบ็คแฮม หลังจากย้ายออกจากทีมไปเล่นให้กับ เรอัล มาดริด และช่วงที่เขาได้ย้ายมาอยู่กับ มิลาน อดีตนักเตะหมายเลข 7 ของทีม ก็กลับมา ท่ามกลางเสียงเชียร์ของแฟนบอลใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ที่ต้อนรับเขาเป็นอย่างดี

ส่วนเรื่องของการแข่งขัน ในเลกแรกเอง แมนฯ ยูไนเต็ด ก็บุกไปชนะมาก่อนแล้ว 3-2 ที่ ซาน ซิโร่ พอกลับมาเตะที่ถิ่นตัวเอง ก็สามารถคุมสถานการณ์เอาไว้ได้อย่างดี ความยอดเยี่ยมของ เวย์น รูนี่ย์ ได้เฉิดฉายในเกมนี้ เขาซัด 2 ประตู ในนาทีที่ 13 และ 46 จากนั้นก่อน 1 ชั่วโมง พัค จีซอง ก็มาบวกประตูเพิ่มนำเป็น 3-0 มาปิดกล่องโดย ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ นาทีที่ 87 ถล่มไปอย่างสบายๆ


3.แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 7-1 โรม่า, 2007

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 7-1 โรม่า, 2007

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เผยว่านี่ถือเป็นเกมที่ดีที่สุดของทีม ในการเล่นฟุตบอลยุโรป นับตั้งแต่เขาเข้ามาคุมทีมเลย จะว่าอย่างนั้นก็ไม่แปลกครับ เพราะมันคือชัยชนะที่ขาดลอยที่สุดในเกมยุโรปของเขา การแข่งในเลกแรกที่กรุงโรม พวกเขาพ่ายแพ้ให้กับ โรม่า มาก่อน 1-2 ถือว่าการกลับมาเล่นในบ้านตัวเอง อาจจะไม่ได้เป็นโจทย์ที่ง่ายนัก เพราะต้องเอาชนะสถานเดียว และห้ามเสียประตูเกิน 1 ลูก

อย่างไรก็ตาม พวกเขากลับถล่มทลายใส่ โรม่า ยิงเข้ากรอบ 15 ครั้งเป็น 7 ประตู โดยได้จาก ไมเคิ่ล คาร์ริค (น.11,60), อลัน สมิธ (น.17), เวย์น รูนี่ย์ (น.19), คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (น.44, 49) และ ปาทริซ เอวร่า (น.81) ทีมเยือนมาได้ประตูตีไข่แตกตอนตามหลัง 6 เม็ดจาก ดานิเอเล่ เด รอสซี่ นาทีที่ 69 กลายเป็นชัยชนะที่ โอลิมปิก สเตเดี้ยม ของทัพ “หมาป่าเหลืองแดง” ไม่ได้เป็นผลอะไรเลย เมื่อนับประตูรวมกับเกมนี้

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จริงๆ แล้วเขามีโอกาสในเกมมากกว่าเพียงแค่ 2 ประตูด้วยซ้ำไป แต่สุดท้ายก็ช่วยให้พวกเขาผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศในปีนั้นได้อยู่ดี


2.ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 1-3 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, 2019

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 1-3 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, 2019

ล่าสุด สดๆ ร้อน เมื่อไม่นานมานี้ นี่เป็นการคัมแบ็กจากเกมเลกแรกที่สุดยอดมากๆ ของพวกเขา โดยเฉพาะมันเกิดขึ้นในยุคหลังจากที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางมือไปแล้ว โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่เข้ามารับงานต่อจาก โชเซ่ มูรินโญ่ ต้องมาพบกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง โดยในเกมเลกแรก พวกเขาพลาดท่าแพ้ไปก่อน 0-2 ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

ตามสถิติที่ผ่านๆ มาของเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก การเล่นแบบเหย้าเยือน โอกาสน้อยมากที่ทีมแพ้ในเลกแรก 0-2 แล้วจะสามารถผ่านเข้ารอบต่อไปได้สำเร็จ แต่แล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ทำให้มันเกิดขึ้น พวกเขาบุกเอาชนะแชมป์จากแดนน้ำหอมได้ 3-1 สกอร์รวม 3-3 “ปีศาจแดง” เข้ารอบด้วยกฎประตูทีมเยือน และหลังจากนั้นก็มีการเปิดสถิติออกมาอีก ผลสรุปว่า ในการแข่งขันระบบ 2 เลกมาทั้งสิ้น 106 แมตช์ ไม่มีทีมไหนเลยที่แพ้ในบ้านตัวเอง 0-2 ในเลกแรก แล้วสามารถผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้สำเร็จ แมนฯ ยูไนเต็ด คือทีมแรก

จากการนำเร็วของผู้มาเยือนโดย โรเมลู ลูกากู ตั้งแต่นาทีที่ 2 ทำให้นักเตะในทีมมีความหวัง ซึ่งแม้ว่าจะโดนตีเสมออย่างรวดเร็ว แต่หลังจากนั้นก็กลับมานำได้อีกครั้งเป็น 2-1 จาก “พี่ตู้” คนเดิม หลังจากนั้น ปารีสฯ ก็เล่นแบบประคอง กะว่าจะไม่เสียเพิ่มในบ้านตัวเอง แม้จะแพ้ 1-2 ก็ยังผ่านเข้ารอบ แต่ทันใดนั้นเอง จุดโทษก็มาเกิดขึ้นจากการดูภาพช้าโดยทีม วีเออาร์

หลายๆ คนน่าจะจำกันได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นนะครับ บอลไปโดนแชน เพรสเนล คิมเพมเบ้ เลยกลายเป็นแฮนด์บอล ก่อนที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด จะสังหารจุดโทษเข้าไปนาทีที่ 90+4 ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้อย่างปาฏิหารย์ แม้ว่าหลังจากนั้น ก็ไม่สามารถสู้กับ บาร์เซโลน่า ได้ก่อนจะตกรอบไปโดยที่ยิงไม่ได้แม้แต่ลูกเดียวใน 2 นัด แต่เกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย มันจะเป็นสิ่งที่พูดถึงกันไปอีกนาน


1.ยูเวนตุส 2-3 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, 1999

ยูเวนตุส 2-3 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, 1999

ก่อนจะมีปาฏิหารย์ทดเวลาบาดเจ็บ 90+1, 90+3 ที่สนาม คัมป์ นู นี่คือจุดเริ่มต้นของการคว้า ทริปเปิ้ล แชมป์ ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เลยก็ว่าได้ ในซีซั่นนั้น สิ่งที่เป็นไฮไลท์ นอกจากเกมนัดชิงชนะเลิศที่เอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค ได้แล้ว ที่น่าสนใจกว่านั้นคือการเล่นเกมรอบรองชนะเลิศของรายการนี้ และรวมถึง เอฟเอ คัพ ในการพบกับ อาร์เซน่อล ด้วย

การเจอกับ ยูเวนตุส ไม่ได้เป็นเรื่องง่ายเลย พวกเขามีขุมกำลังที่สุดยอดมากๆ ในตอนนั้น และกำลังงวดกับการหวังเข้ารอบไปเล่นนัดชิงฯ ในรายการนี้ ซึ่งเป็นรายการเดียวที่พวกเขามีลุ้นอยู่ ประตูตีเสมอโดย ไรอัน กิ๊กส์ ในช่วงทดเจ็บของเกมเลกแรกที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ทำให้ทีมยังพอต่อลมหายใจไปได้บ้าง กับเกมนัดที่สอง ที่สนาม เดลเล่ อัลปิ

แต่ในคืนวันที่ 21 เมษายน 1999 บอลเริ่มเขี่ยในเวลา 2 ทุ่ม 45 นาที ผ่านไปยังไม่ถึงช่วงเวลา 3 ทุ่ม พวกเขากลับถูก “ไอ้ม้าลาย” กด 2 ประตูขึ้นนำโดย ฟิลิปโป้ อินซากี้ ดูแล้วเหมือนเกมจะจบ เพราะเท่ากับว่าตอนนั้น พวกเขาตามหลังอยู่ถึง 1-3 ต้องยิง 2 ประตู เพื่อผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ในสภาพทีมที่ไม่มี กิ๊กส์ ลงเล่น แต่พวกเขาก็มีความโชคดีอยู่บ้าง ที่เจ้าถิ่นก็ไม่มี อเล็กซานโดร เดล ปิเอโร่ ลงสนามเช่นกัน

แต่เมื่อเข็มสั้นไปถึงเลข 9 ไม่รู้ว่าอะไรมันเกิดขึ้น สถานการณ์ทุกๆ อย่างเปลี่ยนไป กัปตันทีม รอย คีน ผู้ไม่เคยยอมแพ้ โหม่งลูกเตะมุมไล่ขึ้นมาในนาทีที่ 24 ก่อนที่ตัวเองจะยอมสละชีพเสียใบเหลือง และจะทำให้ตัวเองติดโทษแบนในเกมนัดชิงชนะเลิศ หากผ่านเข้ารอบไปได้

ก่อนที่ทีมจะมาได้ประตูในนาทีถัดมา จากการโหม่งอันสุดสวยของ ดไวท์ ยอร์ค (น.34) กลายเป็นว่าสถานการณ์ของพวกเขาได้เปรียบเจ้าถิ่นไปแล้วเรียบร้อย หลังจากนั้น เกมก็สู้กันอย่างสุดมันส์ มีการยิงชนเสาของ ดไวท์ ยอร์ค และ เดนิส เออร์วิน ฝั่ง ยูเวนตุส ก็มีลูกยิงเข้าประตูแต่เป็นล้ำหน้าของ อินซากี้ ลากกันจนมาถึงช่วงสุดท้าย

ประตูชัยตอกย้ำการเข้ารอบชิงชนะเลิศ เกิดขึ้นในนาทีที่ 84 คราวนี้เป็น แอนดี้ โคล ที่ตามยิงลูกที่ ยอร์ค ถูกสกัดล้มลงโดยผู้รักษาประตู อันเจโล่ เปรุซซี่ เป็นอีกหนึ่งการพลิกสถานการณ์ผ่านเข้ารอบที่ยอดเยี่ยมของ แมนฯ ยูไนเต็ด อีกหนึ่งเกมและเป็นแมตช์ในความทรงจำของแฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด ทั่วทุกมุมโลกอีกหนึ่งเกม ไม่ใช่เพียงแค่นัดชิงชนะเลิศเท่านั้นหรอก แต่นัดนี้ต่างหาก มันคือจุดเริ่มต้นของการเป็นแชมป์ถ้วยบิ๊กเอียร์ หนที่สองในประวัติศาสตร์สโมสร


ติดตามข่าว แมนยู เพิ่มเติมได้ที่นี่

Related Posts

  • 56
    มาสนุกกันต่อสำหรับประเด็นที่ไม่คาดฝันของ ผู้รักษาประตูจำเป็น(ตอนจบ) เหตุที่ไม่คาดคิดที่ทำให้ต้องรับเป็น สวมถุงมือเฝ้าเสากันต่อหลังต่อจากมือกาวสุดเหตุวิสัย สี่คนแรกกันแล้วเรามาต่ออีกที่เหลือจะเป็นยังไง จะเหนียวสู้ใครได้หรือไม่ จะเหนียวสู้กับประตูเดิมได้หรือมไม่ เรามาดูกันเลย ทีมงานข่าวบอลต่างประเทศ พร้อมรายงาน มือประตูจำเป็นตอนจบกันต่อ มีใครบ้างจะเหนียวขนาดไหนมาดู เหลืออีก 4 คนที่เป็นนักฟุตบอลชื่อดัง แต่ต้องมาช่วยทีมด้วยการสวมถุงมือ รับบทบาทผู้รักษาประตูจำเป็นในระหว่างเกม ใครจะทำได้ดีหรือแย่ ลองมาติดตามเรื่องราวกันต่อ วินนี่ โจนส์ (Winnie jones) เดอะไซโค ฉายาของแนวรับจอมโหด แต่พอมีทักษะนายทวารบ้าง เมื่อทีมเจอกับสถานการณ์คับขัน ก็ต้องมาช่วยเป็นนายประตูจำเป็นกับเขาด้วย ซึ่งเกมนี้เป็นเกมพรีเมียร์ลีกในปี 1996 ซึ่งเขายังเป็นสมาชิกของเดอะเครซี่แก๊งค์ วิมเบิลดัน มีโปรแกรมต้องไปเยือนนิวคาสเซิ่ลที่เซนต์ เจมส์ ปาร์ค เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 57 ขณะนั้น นิวคาสเซิ่ลนำห่างไปแล้ว 3-0 แต่วิมเบิลดัน เปลี่ยนตัวครบหมดแล้ว และ พอล ฮีลด์ นายทวารของทีม ดันไปทำฟาวล์ใส่ เลส เฟอร์ดินานด์ นอกกรอบเขตโทษ…
    Tags: ยูไนเต็ด, และ, แมนเชสเตอร์
  • 40
    แมตช์ประทับใจ ลิเวอร์พูล ว่าที่แชมป์ ประจำฤดูกาล 2019-20 ตอนจบก่อนหน้านี้ เราได้มาชมกันแล้ว สำหรับ แมตช์ประทับใจ ลิเวอร์พูล วันนี้เรามาต่อ ตอนจบ กันแล้ว ว่าที่แชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลล่าสุด ในปีนี้ หลังจาก พิษของโรคไวรัส โควิค (COVID-19) วันนี้ล่ะ เรามาต่อ 3 แมตช์ล่าสุด จะมี นัดไหนน่าสนใจบ้าง เรามาดูกันต่อเลยดีกว่าครับ พามาดูต่ออีก 3 แมตช์ประทับใจ ลิเวอร์พูล ภาคจบ สำหรับท่านที่ได้ดู แมตช์ประทับใจ ลิเวอร์พูล ภาคแรก กันแล้วยัง ประทับใจ และรอลุ้นว่าจะมี นัดที่ท่าน ลุ้นกับ เส้นทาง คว้าแชมป์แบบไร้พ่าย ของลิเวอร์พูล ก่อนที่จะมาพ่ายก่อน แถมยังเจอ การแพร่ระบาดของไวรัสโควิค ทำให้ต้องเลื่อนอย่างไม่มีกำหนด 3.ลิเวอร์พูล 5-2 เอฟเวอร์ตัน (4 ธันวาคม 2019) นี่เป็นเกมแรกของฤดูกาลเลยก็ว่าได้…
    Tags: ยูไนเต็ด, แมนฯ, และ, แมนเชสเตอร์
  • 30
    8 ผู้รักษาประตูจำเป็น(ตอนแรก) จะมีนักเตะดังบ้างมาดูกันเหตุไม่คาดฝันมักเกิดขึ้นได้เสมอในเกมการแข่งขันฟุตบอล เช่นเดียวกับเรื่องราวฟุตบอลในวันนี้ ซึ่งกองหน้าระดับโลก หรือ แม้กระทั่งกองหลังชื่อดัง มีความจำเป็นต้องสวมถุงมือ และรับบทบาทเฝ้าเสาแทนนายทวารตัวจริงในระหว่างเกม จากอุบัติเหตุหรือแม้กระทั่งเรื่องสุดวิสัยที่เกิดขึ้น แต่ใครบ้างล่ะ ที่ต้องไปทำหน้าที่นายประตูจำเป็นบ้าง ลองมาดูกัน เกิตสุดวิสัยกับ ผู้รักษาประตูจำเป็น 4 คนแรกจะเป็นใครบ้าง ความน่าสนใจของ ฟุตบอล มีความน่าสนใจก็คือ เมื่อโครตาตัวสำรองหมดลงไป จึงเป็นที่น่าสนใจ เกิตขึ้นบิ๊กแมตซ์ไหนบ้าง เรามาดูกันดีกว่า เพื่อไม่ให้เสียเวลา แฮร์รี่ เคน (Harry Kane) นี่คือศูนย์หน้าหมายเลขหนึ่งของทีมชาติอังกฤษ และเป็นดาวยิง ที่ทำร้ายผู้รักษาประตูด้วยการล่อเป้ามาตลอด แต่วันนี้ สถานการณ์พลิกผัน ต้องมาโดนล่อเป้าซะเอง เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ตุลาคมปี 2014 ในศึกยูโรป้าลีกรอบแบ่งกลุ่ม กรุ๊ปซี สเปอร์ส เปิดรังตัวเองต้อนรับการมาเยือนของ อัสทราน่า ทริโพลิส เกมนัดนี้ สเปอร์ส ทำสกอร์หนีห่างไปก่อนสุดกู่ถึง 5-0 และ แฮร์รี่ เคน…
    Tags: และ, ยูไนเต็ด
Tags
Back to top button
Close