นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดพรีเมียร์ลีก อังกฤษวัตฟอร์ดเชลซี

ความล้มเหลวของ การคัมแบ็กของคนเป็นกุนซือ ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด

การคัมแบ็กของคนเป็นกุนซือ หลังจากที่เราได้เห็น 3 กุนซือ ที่คัมแบ็กกลับมาได้อย่างยอดเยี่ยมกันไปเป็นที่เรียบร้อย ในพาร์ทนี้ เรามาดูถึงการคัมแบ็ก ที่ไม่น่าจดจำกันบ้างดีกว่า แต่แน่นอนครับ กุนซือที่ไม่เลือกกลับถิ่นเกานั้นมีมากมาย แต่บรรดาโค้ชที่หาญกล้า ตัดสินใจรับงานเดิม ก็มีเช่นกัน

การกลับมาคุมทีมที่ไม่ได้เป็นอย่างที่คิดของโค้ชดังคือ

แต่กลับกลายเป็นว่ากลับมาแล้ว ทำไม่ได้อย่างที่เคยทำ เอาชื่อเสียงมาทิ้งไว้ กลายเป็นว่าแฟนบอลแทบจะลืมไปเลยว่าเคยสร้างความทรงจำดีๆ เอาไว้ในหนก่อนก็มี เราไปดูกันดีกว่า ว่ามีใครบ้าง ที่กลับมาแล้วไม่ได้ดีเหมือนเดิม

กิเก้ ซานเชซ ฟลอเรส

กิเก้ ซานเชซ ฟลอเรส – วัตฟอร์ด (2019)

เมื่อ ฟลอเรส ได้ก้าวเท้าลงมาในถิ่น วิคาเรจ โร้ด เกมแรกในการพบกับ อาร์เซน่อล เขาถูกแฟนบอลตั้งความหวังเอาไว้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว ในช่วงเวลาที่เขาได้คุมทัพ “แตนอาละวาด” เมื่อปี 2015 เขาทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ ผู้เล่นอย่าง ทรอย ดีนี่ย์ และ โอเดี้ยน อิกาโล่ คือคู่หูกองหน้าที่อันตราย เขาไม่ต้องพาทีมไปดิ้นรนหนีตกชั้นใดๆ จบอันดับ 13 ของตารางสวยๆ

  • ในการแข่งขัน เอฟเอ คัพ เขาก็พาทีมเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศ ก่อนจะไปแพ้ให้กับ คริสตัล พาเลซ 1-2 มันเป็นซีซั่นที่ประสบความสำเร็จมากๆ สำหรับทีมเล็กๆ อย่าง วัตฟอร์ด
  • หลังจากเสมอกับ “ปืนใหญ่” ในเกมแรกที่เขาคัมแบ็กกลับมา ด้วยการตามหลัง 0-2 แต่ตีเสมอ 2-2 ได้สำเร็จ แฟนบอลก็เริ่มมีความหวังว่าเขาจะช่วยทีมฟื้นกลับมาจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่

แต่มันก็ไม่เป็นดังหวัง พวกเขาแพ้ให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบถล่มทลาย 0-8 โดนยิง 5 ประตู ตั้งแต่ 15 นาทีแรก หลังจากนั้นเขาคุมทีมไปทั้งสิ้น 12 นัด ชนะ 2 เสมอ 4 แพ้ไป 6 ยิงได้เพียง 9 ประตู สุดท้ายเขาก็ถูกปลดออกจากตำแหน่ง


โชเซ่ มูรินโญ่

โชเซ่ มูรินโญ่ – เชลซี (2013)

นี่อาจจะไม่ได้ขึ้นชื่อว่าาเป็นการคัมแบ็กที่ล้มเหลว แต่ต้องบอกว่ามันเป็นการกลับมาเพื่อทำให้ไม่มีครั้งต่อไปอีกแล้วมากกว่า หลังจาก โชเซ่ มูรินโญ่ กลับมายัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ ลืมเรื่องราวเก่าๆ ทั้งหมดทิ้งไป และกลับมาจูบปากกับ โรมัน อับราโมวิช อีกครั้ง ทุกๆ อย่างนั้นกลับมาแฮปปี้ จนถึงขั้นเปลี่ยนฉายาตัวเอง จาก เดอะ สเปเชี่ยล วัน เป็น เดอะ แฮปปี้ วัน กันเลยทีเดียว

  • ในเรื่องของผลงาน อย่างที่เราเห็นกัน เขาสามารถพาทีมกลับมาเป็นแชมป์ลีกได้อีกครั้งในฤดูกาล 2014-15 จากผลงานอันยอดเยี่ยมของ ดิเอโก้ คอสต้า และ เชส ฟาเบรกาส ซึ่งในตอนนั้นสไตล์ “รถบัส” ของเขาก็ขึ้นชื่อเป็นอย่างมาก
  • ทุกๆ อย่างเป็นไปด้วยดี จนกระทั้งเมื่อเขาได้ต่อสัญญายาว 4 ปี มันเหมือนเป็นจุดเปลี่ยนที่ไม่มีใครหาคำตอบได้เลย ซีซั่นถัดมา เหตุการณ์ที่เชื่อกันว่าแฟนบอลชาวไทยจำกันได้ดี คือข้อพิพาทระหว่างเขากับแพทย์สโมสรอย่าง เอวา การ์เนโร่

กุนซือชาวโปรตุกีส ไม่พอใจที่หมอเอวา และ จอน เฟิร์น นักกายภาพของทีม ลงไปปฐมพยาบาล เอแด็น อาซาร์ ในเกมนัดแรกของฤดูกาล ที่พบกับ สวอนซี ซิตี้ ซึ่งทำให้ตอนนั้นทีมจะต้องเหลือ 9 คน เพราะ อาซาร์ จะต้องถูกนำตัวไปนอกสนาม ขณะที่ทีมในตอนนั้นเหลือ 10 คนจากการที่ ติโบต์ กูร์กตัวส์ โดนใบแดง

  1. เฮียมู ไม่แฮปปี้เสียแล้ว เขามองว่าจังหวะนั้น อาซาร์ ไม่ได้เจ็บจริง ซึ่งไม่จำเป็นต้องเข้าไปเพื่อดูอาการ เนื่องจากผู้ตัดสินนั้นต้องทำตามกฎ โดยให้ผู้เล่นไปพักข้างสนามช่วงเวลาหนึ่ง
  2. หลังจากนั้น เรื่องราวก็บานปลายใหญ่โต หมอเอวา ถูกปลดจากการเป็นแพทย์ประจำทีม พร้อมกับมีข้อพิพาทต่างๆ ลามไปจนถึงการเหยียดเพศโน่นเลย
  3. ซึ่งหลังจากนั้น ผลงานของทีมก็ไม่ได้ดีด้วยอีกเช่นกัน ไม่รู้ว่านักเตะเล่นไล่โค้ช หรือไม่ดีจริงๆ มันกลายเป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในซีซั่นนั้น เขาถูกไล่ออก ขณะที่ทีมอยู่ในอันดับ 16 ของตาราง มีแต้มเหนือโซนตกชั้นเพียงคะแนนเดียว

ที่มันน่าคิดคือในฤดูกาลต่อมา อันโตนิโอ คอนเต้ เข้ามารับงานต่อ กลับพา เชลซี คว้าแชมป์ได้อย่างสวยงาม…


เควิน คีแกน

เควิน คีแกน – นิวคาสเซิ่ล (2008)

คีแกน พาทัพ “สาลิกาดง” เลื่อนชั้นสู่ พรีเมียร์ลีก เมื่อปี 1993 ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยม ชนะ 16 เสมอ 6 และแพ้ไปเพียงเกมเดียวเท่านั้น ซึ่งหลังจากนั้น นิวคาสเซิ่ล ก็ถือว่าทำผลงานได้น่าประทับใจ จนมาถึงฤดูกาล 1995-96 เขาพาทีมออกสตาร์ทได้อย่างยอดเยี่ยม จนทีมนั้นมีแต้มนำหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึง 10 คะแนน ก่อนเข้าสู่ช่วงคริสต์มาส

  • เท่านั้นไม่พอ ในเดือนมกราคม นิวคาสเซิ่ล นำไปถึง 12 คะแนน ด้วยแต้มที่ห่างขนาดนั้น ทำให้เขาดันไปห้าว ให้สัมภาษณ์ว่า “ผมจะดีใจมากๆ ถ้าเราเอาชนะพวกเขาได้ ผมจะแฮปปี้มาก”
  • เมื่อจบฤดูกาล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์ ด้วยการทำแต้มทิ้ง นิวคาสเซิ่ล 4 คะแนน วลีดังกล่าว กลายเป็นที่ถูกพูดถึง ติดอันดับต่างๆ ในการรวมเหตุการณ์เอาไว้มากมาย

แต่อย่างน้อย นิวคาสเซิ่ล ก็สามารถจบด้วยการเป็นรองแชมป์ได้นะครับ ถือว่ายอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก เขาได้สร้างนักเตะดีๆ เอาไว้หลายต่อหลายคน ไม่ว่าจะเป็น เลส เฟอร์ดินานด์, ดาวิด ชิโนล่า, ฟาอุสติโน่ อัสปริย่า รวมถึง แอนดี้ โคล และ อลัน เชียร์เรอร์ เป็นค่าตัวสถิติด้วย

แต่สุดท้าย เขาก็ต้องแยกทางกับทีมไป ด้วยการตัดสินใจลากออกในปี 1997

แต่ที่แย่กว่า คือการกลับมาหนที่สองของเขาในถิ่น เซนต์ เจมส์ พาร์ค ในปี 2008 ซึ่งแน่นอนว่าเขาได้รับการต้อนรับอย่างดีจากแฟนบอล แต่ผลงานกลับไม่ได้ดีขึ้น 8 เกมผ่านไป ก็ยังไม่ชนะ ซึ่งยังดีที่ในช่วงโค้งสุดท้ายยังสามารถกระเตื้องผลงานกลับมา และพาทีมจบอันดับ 12 ได้

  1. แต่ที่มันเป็นปัญหากว่านั้น คือการมีปัญหากับ ไมค์ แอชลี่ย์ เนื่องจากเจ้าผู้บริหารเฮงซวย (ตามที่แฟนบอล นิวคาสเซิ่ล บอก) ดันไปดึงเอา เดนนิส ไวส์ เข้ามาเป็นผู้อำนวยการฟุตบอล และ โทนี่ ฮิเมเนซ รองประธานสโมสร เข้ามาจัดแจงเรื่องการซื้อตัวผู้เล่น
  2. สุดท้ายเขาก็ทนไม่ไหว การซื้อตัวที่ไม่ต้องการ การขายนักเตะโดยยังไม่ได้ถามความสมัครใจ ทุกอย่างมันทำให้เขาตัดสินใจยุตติบทบาทกุนซือ “สาลิกาดง” รอบที่สอง ด้วยระยะเวลาเพียงแค่ 8 เดือน
  3. “คิงเคฟ” แยกทางกับทีมไปพร้อมกับเงิน 2 ล้านปอนด์ เป็นค่าชดเชยความเสียหายที่เขาได้รับจากเจ้าของสโมสรในช่วงที่คุมทีม พร้อมกับประโยคเด็ดที่เป็นจริงจนถึงทุกวันนี้ว่า สโมสร นิวคาสเซิ่ล จะไม่มีทางก้าวไปสูงกว่านี้ ถ้ายังมีเจ้าของเป็น ไมค์ แอชลี่ย์

ในปี 2013 คีแกน ได้พูดเอาไว้ว่า ตราบใดที่ นิวคาสเซิ่ล ยังคงมี ไมค์ แอชลี่ย์ เป็นเจ้าของ เขาจะไม่กลับมาเหยียบสโมสรแห่งนี้อีก ซึ่งน่าสนใจว่าในตอนนี้ เรื่องราวการซื้อสโมสรของเจ้าชายจากซาอุดิอาระเบีย กำลังเข้มข้น และมีโอกาสเกิดขึ้น เราอาจจะได้เห็น คีแกน รีเทิร์นกลับมารอบที่ 3 ก็เป็นได้


ติดตามข่าว ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ประเด็นร้อน ข่าววงในได้ที่ caprice-online.com และท่านใดที่อยาก รู้เกี่ยวกับ ทีเด็ด วิเคราะห์บอลแม่นๆ <<< ติดตามอ่านได้ที่นี่

Tags
Back to top button
Close