พรีเมียร์ลีก อังกฤษลิเวอร์พูล

แมตช์ประทับใจ ลิเวอร์พูล ว่าที่แชมป์ ประจำฤดูกาล 2019-20 ตอนจบ

แมตช์สุดประทับใจของ ลิเวอร์พูล ประจำฤดูกาล 2019-20 ตอนจบ

ก่อนหน้านี้ เราได้มาชมกันแล้ว สำหรับ แมตช์ประทับใจ ลิเวอร์พูล วันนี้เรามาต่อ ตอนจบ กันแล้ว ว่าที่แชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลล่าสุด ในปีนี้ หลังจาก พิษของโรคไวรัส โควิค (COVID-19) วันนี้ล่ะ เรามาต่อ 3 แมตช์ล่าสุด จะมี นัดไหนน่าสนใจบ้าง เรามาดูกันต่อเลยดีกว่าครับ

พามาดูต่ออีก 3 แมตช์ประทับใจ ลิเวอร์พูล ภาคจบ

สำหรับท่านที่ได้ดู แมตช์ประทับใจ ลิเวอร์พูล ภาคแรก กันแล้วยัง ประทับใจ และรอลุ้นว่าจะมี นัดที่ท่าน ลุ้นกับ เส้นทาง คว้าแชมป์แบบไร้พ่าย ของลิเวอร์พูล ก่อนที่จะมาพ่ายก่อน แถมยังเจอ การแพร่ระบาดของไวรัสโควิค ทำให้ต้องเลื่อนอย่างไม่มีกำหนด

3.ลิเวอร์พูล 5-2 เอฟเวอร์ตัน (4 ธันวาคม 2019)

ลิเวอร์พูล 5-2 เอฟเวอร์ตัน

นี่เป็นเกมแรกของฤดูกาลเลยก็ว่าได้ สำหรับ เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่มีการโรเตชั่นทีมเยอะหลายตำแหน่ง บวกกับอาการบาดเจ็บของผู้เล่นบางคนด้วย แต่กลายเป็นว่าเกมนี้ บรรดาตัวสำรองที่ไม่ค่อยได้ลงสนามอย่าง ดิว็อก โอริกี้ หรือ เซอร์ดาน ชากิรี่ นั้นไม่ทำให้เจ้านายของเขาผิดหวัง

ประกอบกับ เอฟเวอร์ตัน ผู้มาเยือน กำลังอยู่ในช่วงที่บอบบางมากๆ พร้อมจะแพ้ได้ทุกๆ ทีม ถ้าเป็นคนป่วย ก็ต้องบอกว่ากำลังโดนมะเร็งระยะสุดท้ายเล่นงาน หรือไม่ก็นอนเป็นผักไปแล้ว 4-0 จาก โอริกี้ 2 ประตู, ชากิรี่ และ มาเน่ คนละลูก ทั้งหมดเกิดในช่วงครั้งเวลาแรก แม้ว่าจะได้ลูกตีไข่แตกจาก ไมเคิ่ล คีน ตอนตามหลัง 1-2 และเป็น 2-4 จาก ริชาร์ลิสัน ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก แต่มันไม่ได้มีประกายให้เห็นเลยว่าพวกเขาจะสามารถเก็บแต้มกลับออกมาจาก แอนฟิลด์ ได้

ครึ่งหลัง ทีมมาได้ประตูเพิ่มในนาทีสุดท้ายจาก จอร์จินโญ่ ไวนัลดุม ทำให้ “หงส์แดง” ปิดกล่องเกมกลางสัปดาห์ไปสบายเท้า 5-2 และเป็นเกมสุดท้ายในการคุมทัพของ มาร์โก ซิลวา กุนซือ “ทอฟฟี่”

เอฟเวอร์ตัน ตกลงไปอยู่ในอันดับ 18 มี 14 คะแนนจาก 15 นัด ขณะที่เพื่อนบ้านของพวกเขา แม้จะยังมีแต้มนำรองจ่าฝูงที่ 8 คะแนนเท่าเดิม แต่กลายเป็นว่าพวกเขาไม่ได้นำ แมนฯ ซิตี้ แต่นำ เลสเตอร์ ซิตี้ ซะงั้น จากเกมนี้ทำให้ “หงส์แดง” ไม่แพ้ใครถึง 32 เกมติดต่อกัน (ชนะ 27 เสมอ 5) และเป็นชัยชนะเกมลีกที่ 100 ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ นับตั้งแต่เข้ามาคุมทีม จากทั้งหมด 159 นัด

มาจนถึงต้นเดือนธันวาคม ตอนนั้นแฟนบอล ลิเวอร์พูล และอาจจะรวมถึงแฟนบอลทีมอื่นๆ เริ่มจะมองเห็นแล้วว่าทีมที่เป็นแชมป์ จะเป็นใคร


4.เลสเตอร์ ซิตี้ 0-4 ลิเวอร์พูล (26 ธันวาคม 2019)

เลสเตอร์ ซิตี้ 0-4 ลิเวอร์พูล

สุขสันต์วันบ็อกซิ่งเดย์ แฟนบอล ลิเวอร์พูล คงจำได้ดีกับสถิติที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นยุคของ ราฟา เบนิเตซ หรือ เบรนแด็น ร็อดเจอร์ส กับการนำคู่แข่งเมื่อจบวันที่ 26 ธันวาคม แต่กลับไม่ได้แชมป์ลีก ในบั้นปลาย

แต่ครั้งนี้ ด้วยฟอร์มการเล่น ด้วยผลงานที่ออกมา ผ่านไปแล้ว 18 เกม พวกเขาชนะ 17 เสมอเพียงแค่นัดเดียว เท่านั้นไม่พอ พวกเขาเจอกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่กำลังฟอร์มแรง และมีแต้มตามหลังอยู่ 10 คะแนน แม้อาจจะดูไกล แต่ถ้าแพ้ มันจะเหลือ 7 แต้มทันที

ซึ่ง “หงส์แดง” ไม่ทำให้ผิดหวัง หลังจากไปตะลุยศึก ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ กลับมาด้วยการเป็นแชมป์โลก ยิ่งสร้างความมั่นใจให้กับพวกเขาอีกมากโข และเรายังได้เห็นฟอร์มอันสุดร้อนแรงของ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ด้วยการทำ 2 แอสซิสต์ 1 ประตู พร้อมกับเปิดเตะมุมแล้วทำให้ทีมได้จุดโทษอีกต่างหาก

  • แม้ว่าในช่วงแรก ผู้มาเยือนยังคงนำอยู่แค่ 1-0 แต่รูปเกมจะเห็นได้ตลอดว่า เลสเตอร์ สู้ไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง การกลับมาเจอทีมเก่าของ ร็อดเจอร์ส เกมนี้ต้องยอมรับว่าจะคว้า 3 แต้มนั้นเป็นไปได้ยาก
  • ในช่วงนาทีที่ 70 เมื่อ “หงส์แดง” ได้จุดโทษ ก่อนจะยิงเข้าไปในนาทีที่ 71 และหลังจากนั้นอีก 7 นาที กลายเป็นว่าจากที่นำ 1-0 ตั้งแต่ครึ่งแรก พอพ้นนาทีที่ 78 พวกเขาบุกไปนำ 4-0 เพียงแค่พริบตาเดียว

จาก 10 กลายเป็น 13 แต้ม มันเป็นแต้มที่ห่างมากพอ กับการสร้างความมั่นใจในการเป็นแชมป์ของทีม ครึ่งฤดูกาลหลังที่เหลือ พวกเขามีช่องว่างนำห่างคู่แข่งถึงสองหลัก เชื่อว่าแฟนบอลฝันไปถึงการเป็นแชมป์ไร้พ่ายแล้วในตอนนั้น


5.ลิเวอร์พูล 2-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (19 มกราคม 2020)

ลิเวอร์พูล 2-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ทีมเดียวที่ทำให้ ลิเวอร์พูล ไม่ได้ 3 คะแนนในลีกตอนนั้น พวกเขาสามารถล้างแค้นได้สำเร็จที่บ้านของตัวเอง พร้อมกับทำแต้มห่าง แมนฯ ซิตี้ ถึง 16 คะแนน พร้อมมีเกมในมืออีกหนึ่งนัด ประตูขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 14 ของ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ถือเป็นการทำได้ตามเป้าที่พวกเขาต้องการ แน่นอนว่าเมื่อได้ออกนำก่อน มันเป็นเรื่องยากแล้ว ที่พวกเขาจะพ่ายแพ้ในเกมนี้

หลังจากนั้นพวกเขาก็ยังแสดงให้เห็นว่า มีความเหนือชั้นกว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในตอนนั้น ผู้มาเยือนไม่มีทั้ง มาร์คัส แรชฟอร์ด, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ และ ปอล ป็อกบา ที่ได้รับบาดเจ็บ บรูโน่ แฟร์นันเดส และ โอเดี้ยน อิกาโล่ ก็ยังไม่ได้ย้ายเข้ามา

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 20-25 นาทีสุดท้าย ก็มีช่วงเวลาที่ให้ เด็กหงส์ ได้เสียวเหมือนกัน เพราะสกอร์เองมันก็ยังนำเพียง 1-0 ไม่ขยับ รูปเกมของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เริ่มดีขึ้นอีกด้วย แต่นั่นแหละครับ ความยอดเยี่ยมมาเกิดขึ้นอีกครั้งในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ จังหวะที่ อลิสซง เบคเกอร์ รับบอลแล้วเขวี้ยงยาวให้กับ ซาล่าห์ เป็นจังหวะสวนกลับ ดวลเดี่ยวกับผู้รักษาประตู และนั่นก็เป็นลูกยิงตอกฝาโลงของพวกเขาทันที

ชัยชนะในเกม นอกจากจะเป็นการทำแต้มเพิ่ม และมีสถิติที่ยอดเยี่ยมต่อไป พวกเขายังทำสถิติชนะ 30 เสมอ 1 เก็บได้ถึง 90 คะแนน จาก 31 เกมล่าสุดในลีกอีกด้วย


เป็นยังไงกับบ้างครับ สำหรับ แมตช์ประทับใจ ลิเวอร์พูล ภาคจบ หวังเอาไว้อย่างยิ่งจากที่ฟุตบอล เลื่อนไปอย่างไม่มีกำหนดแบบนี้ เรามาย้อนดู นัดสำคัญของว่าที่ แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แม้ว่าจะเหลือเพียง 2 นัดเท่านั้น ก็จะได้ ฉลองแชมป์กันแล้ว

**แนะนำเว็บแทงบอล ฝากขั้นต่ำ 100 บาท ดีที่สุดในตอนนี้ อยากจะ สมัครสมาชิก รับโปรโมชั่น มากกว่า 10 รายการ

Related Posts

  • 40
    5 สุดยอดเกมยุโรปของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในรอบ 30 ปี5 เกมแรก ถือว่ามีแมตช์ที่สนุกสนาน และน่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเกมที่ คัมป์ นู กับนัดชิงชนะเลิศปี 1999 รวมไปถึงแชมป์ยุโรปครั้งแรกของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เมื่อปี 1991 ซึ่งแต่ละเกมก็ถือว่ามีความสนุก และมีเอกลักษณ์ของแต่ละแมตช์ แต่แน่นอนครับ ว่า 5 แมตช์ก่อนหน้านั้นสุดยอดแล้ว ต้องบอกว่าอีก 5 นัดที่จะพูดถึงต่อไปนี้ "มันส์" และสนุกสุดยอดกว่าเยอะ ถือว่าเป็นการเอาใจแฟนๆ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเฉพาะ กับสถานการณ์ช่วงโควิด-19 ระบาดจนไม่ได้ชมฟุตบอลในตอนนี้ 5.แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-0 เอฟซี ปอร์โต้, 1997 ในเกมรอบ 8 ทีมสุดท้าย เลกแรกที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องเจอกับของแข็งในปีนั้น เพราะทาง เอฟซี ปอร์โต้…
    Tags: ยูไนเต็ด, แมนฯ, แมนเชสเตอร์, และ
Tags
Back to top button
Close